จากกรณี ตำรวจกองปราบปรามนำกำลังบุกจับกุม พระราชวิสุทธิประชานาถ เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ หรือ “หลวงพ่ออลงกต” และ นายเสกสันน์ ทรัพย์สืบสกุล หรือ “หมอบี” ก่อนถูกแจ้งข้อหา ทุจริตยักยอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ, เบียดบังทรัพย์ของวัดไปเป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต, ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและโดยทุจริต และความผิดฐานฟอกเงิน สมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับโทษความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 147 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งแสนบาทถึงสี่แสนบาท

สำหรับ ผู้สนับสนุนความผิดฐานยักยอกทรัพย์ของเจ้าพนักงานตามมาตรา 147 มีโทษจำคุกและปรับในอัตราเดียวกับผู้กระทำความผิดตามมาตรา 147 แต่ศาลอาจลงโทษผู้สนับสนุนน้อยกว่าโทษที่กฎหมายกำหนดไว้ได้ตามดุลพินิจ

ส่วนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ระบุว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โทษของผู้สนับสนุนในความผิดมาตรา 157 จะเป็นไปตามมาตรา 86 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งกำหนดให้ผู้สนับสนุนต้องระวางโทษสองในสามส่วนของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดที่สนับสนุน

ยกตัวอย่าง หากเจ้าพนักงานทำผิด 157 ถูกลงโทษจำคุก 10 ปี ผู้สนับสนุนให้เจ้าพนักงานทำผิดจะได้รับโทษสองในสามของ 10 ปี คือ ประมาณ 6 ปี 8 เดือน เป็นต้น

ส่วน พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 60 ผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 ถึง 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับมาตรา 9 ผู้ใดสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน ต้องระวางโทษกึ่งหนึ่งของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น.