นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดเผยว่า สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ มีแผนขยายฝูงบิน เพื่อรองรับการเปิดเส้นทางบินใหม่ทั้งใน และต่างประเทศ ซึ่งตั้งเป้าหมายภายในปี 2571 จะมีเครื่องบินประจำฝูงบินรวม 50 ลำ จากปัจจุบันมีอยู่ 14 ลำ โดยปี 2568 จะรับมอบเครื่องบินใหม่ โบอิ้ง 737-8 จำนวน  9 ลำ แบ่งเป็น เดือน ต.ค. 1 ลำ, เดือน พ.ย. 4 ลำ และเดือน ธ.ค. 4 ลำ ทำให้สิ้นปี 2568 จะมีเครื่องบินให้บริการ 23 ลำ ส่วนในปี 2569 จะรับเครื่องบินเพิ่มอีก 13 ลำ จากนั้นจะทยอยรับมอบเครื่องบินจนครบ 50 ลำ อย่างไรก็ตามระหว่างนี้จะทยอยคืนเครื่องบินแอร์บัสที่มีอยู่ 18 ลำ ซึ่งเมื่อกลางปี 2568 คืนแล้ว 4 ลำ เพื่อเปลี่ยนเป็นโบอิ้ง 737-8 ให้ครบทั้งหมด 50 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินรุ่นใหม่ที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่าเครื่องบินรุ่นเก่าประมาณ 16%

นายวรเนติ กล่าวต่อว่า ปี 2567 ถือเป็นปีที่ดีของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ สามารถทำกำไรได้เป็นปีแรกหลังจากเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อปี 2562 ส่วนในปี 2568 คาดว่าจะเติบโตใกล้เคียงกับปี 2567 เนื่องจากไม่มีเครื่องบินเข้ามาเพิ่มเติม ขณะที่ผู้โดยสารจีนลดลงประมาณ 30% แต่ไม่ยอมแพ้ ได้มองหาตลาดอื่นมาทดแทน ซึ่งอินเดียน่าสนใจมาก โดยผู้โดยสารเติบโตถึง 3 เท่า คาดว่าในปี 2568 จะสามารถขนส่งผู้โดยสารทั้งหมดได้ประมาณ 6.7-6.8 ล้านคน รายได้ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท อัตราบรรทุกผู้โดยสารไม่ต่ำกว่า 80% อย่างไรก็ตามเมื่อได้เครื่องบินครบ 50 ลำ คาดว่าในปี 2571 จะสามารถทำรายได้ได้ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท และขนส่งผู้โดยสารได้ 9 ล้านคน

ด้านนายปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ เวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 เวียตเจ็ทไทยแลนด์จะเปิดเส้นทางบินใหม่ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ-โซล (เกาหลีใต้) เริ่มบิน 1 ต.ค., กรุงเทพฯ–โกลกาตา (อินเดีย) เริ่มบิน 16 พ.ย., กรุงเทพฯ–โอซาก้า (คันไซ) เริ่มบิน 1 ธ.ค., กรุงเทพฯ–อาห์เมดาบัด (อินเดีย) เริ่มบิน 4 ธ.ค., กรุงเทพฯ–โตเกียว (นาริตะ) เริ่มบิน 15 ธ.ค. และกรุงเทพฯ-นครศรีธรรมราช เริ่มบิน 15 ธ.ค. โดยในช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2569 (ต.ค.-ธ.ค.2569) มีแผนเปิดเส้นทางบินใหม่ เส้นทางภูเก็ต-เพิร์ธ (ออสเตรเลีย) ด้วย ตลอดจนภายในปีนี้จะมอบประสบการณ์การบินที่น่าประทับใจด้วยการให้บริการด้านความบันเทิงบนเที่ยวบิน (In-Flight Entertainment) โดยสามารถใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ของตนเอง อาทิ โทรศัพท์มือถือ และแท็บเล็ต เชื่อมต่อการดูหนังฟังเพลงบนเครื่องบินได้

นายปิ่นยศ กล่าวต่อว่า ยอมรับว่าที่ผ่านมาสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์มีภาพจำของหลายคนในเรื่องเที่ยวบินล่าช้า (ดีเลย์) ซึ่งที่ผ่านมาได้พยายามพัฒนา และปรับปรุงมาโดยตลอด จนปัจจุบันก้าวขึ้นสู่อันดับ 4 ของสายการบินผู้นำด้านความตรงต่อเวลาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับส่วนแบ่งทางการตลาดในประเทศไทย ยังคงอยู่ในอันดับ 3 ซึ่งตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป จะกลับมาอยู่ในอันดับที่ 2 เหมือนเดิมให้ได้