เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งในช่วงเปิดให้สมาชิกหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยนายชัชวาล แพทยาไทย สส.ร้อยเอ็ด พรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ระบุว่า เงินช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ที่มีกำหนดจ่ายวันที่ 1 ก.ย.นี้ อาจล่าช้า หากรัฐบาลยังคงบังคับให้ชาวนาต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)

นายชัชวาล กล่าวว่า ในอดีตเมื่อ ครม.อนุมัติ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สามารถดำเนินการโอนเงินได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ พร้อมประกาศวันรับเงินชัดเจนในแต่ละภูมิภาค แต่ครั้งนี้มีเงื่อนไขพิเศษ โดยเฉพาะ “ข้อ 3” ของมาตรการช่วยเหลือชาวนา (ทั้งนาปรังและนาปี) ที่กำหนดให้เกษตรกรต้องลงทะเบียนผ่านแอป “ทางรัฐ” เพื่อให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลที่ถูกต้องและใช้ในการวางแผนเกษตรในอนาคต อย่างไรก็ตาม ชาวนาส่วนใหญ่ได้ลงทะเบียนผ่านเกษตรอำเภอและแอป “ฟาร์มบุ๊ก” ไปแล้ว การบังคับให้ลงทะเบียนซ้ำในแอป “ทางรัฐ” จึงเป็นภาระเพิ่มเติมและสร้างความยุ่งยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรจำนวนมากกว่า 4.6 ล้านคนที่อาจไม่มีสมาร์ตโฟนใช้งาน ขณะที่ปัจจุบันแอปยังไม่มีเมนูสำหรับลงทะเบียนของชาวนา มีเพียงของชาวไร่อ้อยและ OFOS เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่พร้อม

สส.ชัชวาล  กล่าวต่อว่า หากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่รีบประชุมและทบทวนเงื่อนไขนี้ ธ.ก.ส. ก็ไม่สามารถเดินหน้าการโอนเงินได้ เนื่องจากติดมติ ครม. ผลที่ตามมาคือ เงินที่ควรถึงมือเกษตรกรในวันที่ 1 กันยายน อาจเลื่อนออกไปถึง 1 ธันวาคม หรืออาจไม่ได้รับเลย

“ปัญหาความไม่พร้อมของระบบแอปพลิเคชันของรัฐไม่ใช่ครั้งแรก เช่น เงินช่วยเหลือ PM2.5 สำหรับเกษตรกร 120,000 รายก็ยังโอนไม่แล้วเสร็จ ทำให้เกษตรกรเกิดความเครียดและความไม่มั่นใจ ผมจึงขอเสนอให้กระทรวงเกษตรฯ พักการบังคับใช้เงื่อนไขแอป “ทางรัฐ” สำหรับปีนี้ไปก่อน เพื่อลดความล่าช้าและความลำบากแก่เกษตรกร พร้อมย้ำว่าเกษตรกรต้องการราคาข้าวที่เป็นธรรมและต้นทุนที่ต่ำ หากมีสิ่งเหล่านี้ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งมาตรการช่วยเหลือ แต่ในภาวะที่ขาดทุน เงินไร่ละพันยังจำเป็นต่อการอยู่รอด” สส.ร้อยเอ็ด กล่าว.