สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่า นายออง เยอ คัง รมว.สาธารณสุขสิงคโปร์ แถลงว่า กฎหมายใหม่เกี่ยวกับการเพิ่มบทลงโทษ จากการสูบบุหรี่ไฟฟ้าในสิงคโปร์ จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. นี้ โดยผู้กระทำผิดครั้งแรกหากยังมีอายุไม่เกิน 18 ปี ต้องระวางโทษปรับ 500 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 12,582.94 บาท) หากมีอายุมากกว่า 18 ปี ต้องระวางโทษปรับ 700 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 17,616.11 บาท)


หากพบว่ามีการกระทำผิดเป็นครั้งที่สอง บุคคลดังกล่าวต้องเข้าโครงการฟื้นฟูเป็นเวลา 3 เดือน ซึ่งจะเป็นการบำบัด 6 ครั้ง หากปฏิเสธเข้าร่วมหรืออยู่ไม่ครบโครงการ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายเพิ่มอีก


สำหรับการกระทำผิดครั้งที่สามหรือมากกว่านั้น ผู้กระทำผิดจะถูกดำเนินคดีภายใต้กฎหมายการควบคุม การขาย และการโฆษณายาสูบ ซึ่งมีบทลงโทษปรับสูงสุดถึง 2,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 50,331.74 บาท) และในกรณีเป็นชาวต่างชาติ อาจถูกเนรเทศและห้ามเดินทางกลับเข้ามาในสิงคโปร์อีก


ขณะที่นับตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. นี้เช่นกัน บุคคลซึ่งลักลอบนำเข้าผลิตภัณฑ์บุหรี่ไฟฟ้าที่ผสมสาร “เอโทมิเดต” ต้องระวางโทษจำคุกขั้นต่ำ 3 ปี และโบย 5 ครั้ง ส่วนบทลงโทษจำคุกสูงสุดคือ 20 ปี และโบย 15 ครั้ง ผู้ที่จำหน่ายหรือส่งต่อสารดังกล่าว จะต้องโทษจำคุกอย่างน้อย 2 ปี และโบย 2 ครั้ง โดยบทลงโทษจคุกนานสูงสุดคือ 10 ปี และโบย 5 ครั้ง


ด้านนายเค. ชันมูกัม รมว.มหาดไทยสิงคโปร์ กล่าวว่า รัฐบาลกำหนดบทลงโทษระหว่างผู้ขายกับผู้ใช้บุหรี่ไฟฟ้าแตกต่างกัน โดยผู้ชายต้องรับโทษรุนแรงกว่า เนื่องจากต้องการหาเงินและกำไรจากความทุกข์ของผู้อื่น ยิ่งไปกว่านั้น กลุ่มคนเหล่านี้ยังคงขายสินค้าเหล่านี้ทั้งที่ทราบว่า คือความผิด แต่ยังคงคำนึงถึงเรื่องเงินมาก่อน.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES