เมื่อวันที่ 30 ส.ค. นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงเงื่อนไขการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาชน (ปชน.) ว่าสิ่งที่พรรคประชาชนต้องการ คืออยากให้มีการทำประชามติ เพื่อแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ โดยให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง และให้ยุบสภาภายใน 4 เดือนหลังรัฐบาลชุดใหม่แถลงนโยบายต่อรัฐสภา และทั้งหมดที่เป็นปัญหาในวันนี้ของการเมืองไทย คือรัฐธรรมนูญปี 60 ที่ทำให้ระบบการเมืองผิดเพี้ยน การจะแก้ปัญหานี้ต้องรีเซตระบบการเมืองใหม่ทั้งระบบ เราจึงเห็นด้วยว่าต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นอุปสรรค แต่การแก้รัฐธรรมนูญโดย ส.ส.ร. ต้องใช้เวลา
นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ดังนั้นตนจึงเสนอว่า การทำประชามติที่จะถามเรื่องแก้รัฐธรรมนูญแล้ว อยากให้เพิ่มเติมไปว่า ระหว่างรอ ส.ส.ร. ให้ใช้รัฐธรรมนูญ 40 ที่ทุกฝ่ายมองตรงกันว่าเป็นประชาธิปไตยที่สุดมาใช้ไปพลางก่อนจะดีหรือไม่ รวมไปถึงการยุบสภาภายใน 4 เดือน ก็ไม่ใช่ปัญหา หากกระบวนการที่ว่ามาเดินหน้าได้ ยุบก่อน 4 เดือนยังได้เลย เราไม่ขัดข้อง รวมไปถึงที่มีกลุ่มการเมืองบางส่วนไม่สบายใจเกี่ยวกับปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เรื่องเอ็มโอยู 43, 44 ตนเสนอว่าให้นำเรื่องนี้เข้าไปไว้ในประชามติ ให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะยกเลิกหรือไม่ เพื่อเป็นการยุติความขัดแย้งของคนในชาติ ซึ่งสิ่งที่ตนพูดมานั้น เพื่อทำให้เสถียรภาพของประเทศต่อนานาชาติเกิดจริง เมื่อจะทำประชามติ ควรนำหลายเรื่องที่เป็นข้อโต้แย้งในเชิงวิกฤติมาให้ประชาชนตัดสิน
เมื่อถามว่ากระบวนการพูดคุยกับพรรคประชาชน (ปชน.) ไปถึงไหนแล้ว นายภูมิธรรม กล่าวว่า ขณะนี้มีคณะประสานพูดคุยกัน ตอนนี้มีบางส่วนพูดคุยไปบ้างแล้ว แต่การจะเปิดการพูดคุยอย่างเป็นทางการ คงต้องให้การพูดคุยหลังบ้านได้ข้อสรุปที่ชัดเจนก่อน ซึ่งขั้นตอนขณะนี้เป็นสิ่งที่ดี เพราะความคิดอุดมการณ์ของพรรคประชาชน (ปชน.) และเพื่อไทย ไม่ได้ต่างกันมากนัก.



