สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเทศบาลนครเทียนจิน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน พบหารือกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ผู้นำอินเดีย นอกรอบการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ ( เอสซีโอ ) ที่เทศบาลนครเทียนจิน ทางตอนเหนือของประเทศ โดยนับเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในรอบ 7 ปีของโมดี


ทั้งนี้ สีกล่าวกับโมดีในตอนหนึ่งว่า จีนและอินเดีย “ควรเป็นพันธมิตร ไม่ใช่คู่แข่ง” ขณะที่โมดีกล่าวว่า ตอนนี้บรรยากาศของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ “เป็นไปอย่างสันติและมีเสถียรภาพ”


ขณะเดียวกัน โมดีประกาศว่า เที่ยวบินตรงระหว่างอินเดียกับจีน ซึ่งมีการระงับนับตั้งแต่เกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างทหารทั้งสองฝ่าย บริเวณพรมแดนเทือกเขาหิมาลัย เมื่อปี 2563 จะกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง แต่ยังไม่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาอย่างแน่ชัด


ด้านผู้นำจีนกล่าวเสริมอีกว่า ทั้งสองประเทศจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ และจัดการกับความสัมพันธ์ทวิภาคีในระดับยุทธศาสตร์และจากมุมมองระยะยาว และการเป็นมิตรต่อกันคือทางเลือกที่ถูกต้องของทั้งสองฝ่าย


แม้การประชุมสุดยอดเอสซีโอเป็นการรวมตัวและหารือระหว่างผู้นำในเชิงสัญลักษณ์เป็นหลัก แต่ยังคงเปิดโอกาสให้บรรดาผู้นำสามารถแสดงความคิดเห็นและถกเถียงกันได้ และการประชุมในปีนี้จัดขึ้น ก่อนการสวนสนามทางทหารครั้งใหญ่ ในกรุงปักกิ่ง เพื่อรำลึกครบรอบ 80 ปีแห่งการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่สอง ในวันที่ 3 ก.ย. นี้


อนึ่ง องค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ก่อตั้งเมื่อปี 2544 โดยจีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน และอุซเบกิสถาน เพื่อถ่วงดุลอำนาจกับฝ่ายตะวันตก ปัจจุบันมีสมาชิก 10 ประเทศ ได้แก่ จีน รัสเซีย คาซัคสถาน คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน อุซเบกิสถาน เบลารุส อินเดีย อิหร่าน และปากีสถาน และคู่เจรจา 14 ประเทศ รวมถึง เมียนมาและกัมพูชา.

เครดิตภาพ : AFP