ในสถานการณ์ปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเรากำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงทางด้านสุขภาพไม่ว่าจะเป็นปัญหาโรคระบาด ปัญหามลพิษและสิ่งแวดล้อม อาหาร ตลอดจนโรคที่มาพร้อมกับพฤติกรรมในสังคมยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป ที่สำคัญค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในทุก ๆ ปี การเจ็บป่วยเพียงครั้งเดียวอาจสร้างภาระทางการเงินได้มากกว่าที่คิด จึงย่อมดีกว่าหากทุกคนหันมาให้ความสำคัญกับการทำ ประกันสุขภาพเพื่อเป็นเครื่องมือช่วยเหลือในการรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน แม้ว่าเราจะดูแลสุขภาพของเราเป็นอย่างดีแค่ไหนก็ตาม ก็ไม่มีใครสามารถรับประกันได้ว่าจะไม่เกิดโรคหรืออุบัติเหตุขึ้นการมีประกันไว้จึงเปรียบเสมือนเกราะป้องกัน ช่วยให้คุณเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย อีกทั้งยังช่วยสร้างความอบอุ่นใจให้กับทั้งตัวคุณและครอบครัว เพราะเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน จะได้มีระบบคุ้มครองพร้อมดูแลอยู่ตลอดเวลา


ใครบ้างที่ควรทำประกันสุขภาพ?

ประกันสุขภาพ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เพราะแต่ละช่วงชีวิตจะมีเหตุผลและความต้องการด้านสุขภาพและความคุ้มครองที่แตกต่างกันไป

1.ผู้ปกครองทำประกันให้บุตรหลาน
เด็กเล็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึงประถมวัยยังมีภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรงเต็มที่ ทำให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือเจ็บป่วยง่าย เช่น ไข้หวัด หัด หรือโรคติดต่ออื่น ๆ ในโรงเรียน การทำประกันตั้งแต่ยังเล็กช่วยให้ผู้ปกครองมั่นใจได้ว่า หากเกิดเหตุจำเป็นจะสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐานได้ทันที โดยไม่ต้องกังวลกับค่าใช้จ่าย

2. วัยทำงาน
ช่วงวัยนี้มักเผชิญกับความเครียด การทำงานหนักและพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่อาจนำไปสู่โรคต่างๆ เช่น โรคกระเพาะ ปวดหลังอันเนื่องมาจากออฟฟิศซินโดรม โรคความดันโลหิตสูง แม้ว่าจะได้รับสวัสดิการจากองค์กรและประกันสังคม แต่ในบางกรณีอาจไม่เพียงพอต่อความต้องการ การทำประกันช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและปกป้องรายได้ในช่วงที่ต้องหยุดงานเพื่อรักษาตัวโดยเฉพาะคนที่เป็นเสาหลักของครอบครัวหากเจ็บป่วยจนขาดรายได้อาจส่งผลกระทบต่อครอบครัวได้

3. ผู้สูงอายุ
ผู้สูงอายุมีโอกาสเจ็บป่วยและเป็นโรคเรื้อรังมากขึ้น จากการใช้ชีวิตในช่วงวัยทำงาน โดยเฉพาะความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตในบั้นปลาย การมี ประกันชีวิตสุขภาพ จะช่วยให้เข้าถึงการรักษาที่เหมาะสม โดยไม่ต้องใช้เงินเก็บที่สะสมมาหรือรบกวนคนในครอบครัวมากเกินไป


เหตุผลที่ควรทำประกันสุขภาพตั้งแต่วันนี้

หลายคนอาจรู้สึกว่าการทำประกันสุขภาพ หรือการทำ ประกันชีวิตสุขภาพ จะทำเมื่อใดก็ได้ แต่ความจริงแล้วการทำประกันไม่ใช่เพียงแค่จ่ายเงินค่าเบี้ยแล้วจบเพราะในบางครั้งต่อให้มีเงินก็ไม่สามารถทำประกันสุขภาพได้ โดยเฉพาะหากมีการตรวจพบว่าเป็นโรคร้ายแรงหรือมีปัญหาสุขภาพเรื้อรังอยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นหากเปลี่ยนมุมมองการทำประกันสุขภาพให้เป็นการลงทุน เพื่อความมั่นคงของชีวิตย่อมดีกว่า ซึ่งมีเหตุผลสำคัญที่ควรพิจารณาดังนี้

1. ค่ารักษาพยาบาลสูงขึ้นทุกปี
หากใครได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและจ่ายเงินด้วยตนเองจะเห็นว่าค่ารักษาในโรงพยาบาลเอกชนมีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละ 5-10% หากไม่มีประกัน การเจ็บป่วยเพียงครั้งเดียวอาจทำให้เงินเก็บลดลงอย่างรวดเร็ว

2. ช่วยลดภาระทางการเงินของครอบครัว
หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด ครอบครัวจะได้ไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ในกรณีที่เสียชีวิต

3. เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพได้เร็วกว่า
เมื่อไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล คุณสามารถเลือกโรงพยาบาลและแพทย์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการรักษาได้

4. สิทธิประโยชน์ด้านภาษี
เบี้ยประกันสุขภาพและประกันชีวิตสุขภาพ สามารถนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ตามเกณฑ์ของกรมสรรพากร

5. เป็นมรดกให้ลูกหลาน
ประกันชีวิตสุขภาพ บางกรมธรรม์สามารถส่งต่อผลประโยชน์ให้กับทายาทหรือบุคคลที่ระบุไว้ในกรมธรรม์เมื่อคุณเกิดเหตุไม่คาดคิด


จุดเด่นของประกันสุขภาพที่ทุกคนควรรู้

ประกันสุขภาพมีหลายประเภทมีจุดเด่นสำคัญของแผนประกันสุขภาพโดยทั่วไป ได้แก่

  • คุ้มครองครอบคลุมทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD)

บ่อยครั้งที่การเข้ารับการรักษาแบบ OPD หรือผู้ป่วยนอกมักจะไม่ได้รับความคุ้มครอง เพราะส่วนใหญ่จะเป็นไปในเชิงของการให้คำปรึกษา ค่ารักษา ค่าฉีดยาและยารักษาโรค โดยไม่จำเป็นต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล ทำให้ผู้ทำประกันสุขภาพส่วนใหญ่เสียสิทธิ์ ดังนั้นในการเลือกทำประกันสุขภาพควรพิจารณาความคุ้มครองทั้งในส่วนของ IPD และ OPD ตลอดจนค่าผ่าตัด ค่าห้อง ค่ายาและค่าตรวจวินิจฉัย

  • ปรับแผนได้ตามความต้องการ

น้อยคนนักจะรู้ว่าประกันสุขภาพสามารถที่จะเลือกเพิ่มวงเงินความคุ้มครองหรือความคุ้มครองโรคเฉพาะได้ด้วยการจ่ายเบี้ยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของผู้ทำประกันเป็นส่วนใหญ่

  • มีแผนประกันสุขภาพเหมาจ่าย

เป็นแผนความคุ้มครองที่กำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพราะมีความยืดหยุ่นสูง ใช้วงเงินรวมครอบคลุมทุกหมวดค่าใช้จ่ายโดยไม่ต้องแยกจ่าย หมดกังวลค่าใช้จ่ายยิบย่อย เพราะรองรับการรักษาแบบ OPD IPD และโรคร้ายแรง

  • บริการเสริมช่วยเหลืออื่น ๆ จากบริษัทประกัน

เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง หรือระบบเคลมออนไลน์ที่รวดเร็ว

  • เพิ่มความมั่นคงให้กับชีวิต

ทำให้คุณสามารถวางแผนอนาคตได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาล


ความคุ้มครองของประกันสุขภาพที่จะได้รับ

ความคุ้มครองอาจแตกต่างกันตามแผนและเงื่อนไขของแต่ละบริษัทประกัน ซึ่งโดยทั่วไปจะครอบคลุมดังนี้

1. ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยใน (IPD)
ครอบคลุมค่าห้อง ค่าอาหาร ค่าบริการโรงพยาบาล ค่าผ่าตัด ค่าแพทย์และค่ายา

2. ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD)
ครอบคลุมการตรวจโรค รับยา ทำแผลและการรักษาโดยไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

3. ความคุ้มครองโรคร้ายแรง
บางแผนมีความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับโรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรือโรคร้ายแรงอื่นๆ

4. อุบัติเหตุ
ครอบคลุมค่ารักษาและการฟื้นฟูจากอุบัติเหตุ ทั้งเล็กน้อยและรุนแรง

5. ค่าทันตกรรม
บางกรมธรรม์ให้ความคุ้มครองในส่วนของค่าทันตกรรม หรือ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับฟัน เช่น ค่าตรวจสุขภาพปากและฟัน, ค่ารักษาฟัน และค่าผ่าตัดที่เกี่ยวกับฟัน เป็นต้น

6. ความคุ้มครองแบบเหมาจ่าย
ในแผน ประกันสุขภาพเหมาจ่าย จะได้รับวงเงินรวมที่ใช้ได้ครอบคลุมทุกค่าใช้จ่ายภายในกรมธรรม์ ทำให้จัดการง่ายและลดข้อจำกัดในการเบิกจ่าย

7. ผลประโยชน์ชดเชยในกรณีที่ขาดรายได้
เงินชดเชยรายได้ที่ขาดหายไป สำหรับผู้เอาประกันที่เข้ารับการรักษาตัวอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาล

8. ความคุ้มครองในต่างแดน
ประกันสุขภาพที่ดีจะต้องให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมไม่ว่าจะในประเทศหรือต่างประเทศ หากไม่มีควรจัดให้เป็นตัวเลือกเสริม โดยเฉพาะคนที่เดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ ซึ่งประกันอุบัติเหตุและประกันสุขภาพเป็นรายครั้งอาจไม่เพียงพอ


วิธีเลือกแผนความคุ้มครองให้เหมาะสมและคุ้มค่าที่สุด

เพื่อให้เบี้ยที่จ่ายทุกปีแปลงเป็นความอุ่นใจที่จับต้องได้ ลองใช้เช็กลิสต์นี้ก่อนตัดสินใจ

  • ประเมินพฤติกรรมสุขภาพและประวัติครอบครัว หากมีความเสี่ยงเฉพาะทาง ให้เลือกแผนที่มีวงเงินโรคเฉพาะและการวินิจฉัยขั้นสูงที่เพียงพอ เช่น ประวัติคนในครอบครัวเป็นเบาหวาน เป็นต้น
  • กำหนดงบประมาณต่อปี จัดสัดส่วนเบี้ยให้เพียงพอ โดยไม่รบกวนเงินออมฉุกเฉินและเป้าหมายระยะยาว
  • เช็กเครือข่ายสถานพยาบาลเลือกบริษัทประกันที่มีเครือข่ายที่ครอบคลุมโรงพยาบาลที่คุณเข้ารับการรักษาประจำและสำรวจขั้นตอนการเคลมจริงว่าทำได้ง่ายเพียงใด เคลมออนไลน์ได้หรือไม่
  • ดูสิทธิประโยชน์เสริม เช่น ตรวจสุขภาพ วัคซีน ทันตกรรม สายตาและบริการดิจิทัลต่างๆ เพราะสิ่งเหล่านี้มักจะใช้งานได้จริงตลอดปี ไม่ใช่ใช้เฉพาะยามป่วยหนัก
  • พิจารณาการปรับแผนในอนาคต เลือกบริษัทที่เปิดโอกาสให้อัปเกรดหรือปรับวงเงินได้ตามช่วงวัยหรือสถานะครอบครัวที่เปลี่ยนไป
  • วางแผนประกันสุขภาพควบคู่กับความคุ้มครองชีวิต หากต้องการปกป้องครอบครัวแบบรอบด้าน พิจารณาแผนในลักษณะ ประกันชีวิตสุขภาพ เพื่อรวมความคุ้มครองรายได้ภาระหนี้เข้าด้วยกันอย่างมีระบบ

ประกันสุขภาพ คือการวางแผนล่วงหน้าเพื่อดูแลสุขภาพและการเงินในระยะยาว การเลือกแผนที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นแบบทั่วไปหรือแบบ ประกันสุขภาพเหมาจ่าย จะช่วยให้คุณและครอบครัวมีความอุ่นใจ พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

สุขภาพมีค่าไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าทรัพย์สินเงินทอง การดูแลสุขภาพตั้งแต่วันนี้คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่มั่นคงทั้งด้านร่างกายและการเงิน เมื่อถึงวันที่คุณต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพ คุณจะขอบคุณตัวเองที่ได้เตรียมความคุ้มครองไว้ล่วงหน้าแล้ว หากคุณต้องการเปรียบเทียบและค้นหาแผนที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณ สามารถศึกษารายละเอียดและดูผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่น่าสนใจเพิ่มเติมจาก SCB ได้ที่ https://www.scb.co.th/th/personal-banking/insurance/health-insurance เพื่อเริ่มต้นปกป้องสุขภาพและความมั่นคงทางการเงินตั้งแต่วันนี้

ที่มาของข้อมูล