จากกรณี สถานการณ์ “ปลาหมอคางดำ” เอเลี่ยนสปีชีส์ ระบาดในแหล่งน้ำจืดและน้ำกร่อย โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.เพชรบุรี โดยทางประมงจังหวัดเพชรบุรี สั่งตรวจสอบและกำจัดด้วยการลงแขก ร่วมกับหลายหน่วยงานในพื้นที่ จ.เพชรบุรี จนสามารถจับได้หลายสิบตัน ตามที่ปรากฏเหตุการณ์ไปแล้วนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ บริเวณคลองชุมชนปากคลองหลังวัดเนรัญชาราม อ.ชะอำ จ.เพรบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เขตติดต่อระหว่างน้ำจืดและทะเล หาดชะอำแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตของนักท่องเที่ยวชาวไทย พบปลาหมอคางดำ ขนาด 4-6 เซนติเมตร เป็นจำนวนมาก หลายหมื่นตัวโผล่ขึ้นมาหายใจบนผิวน้ำอย่างเห็นได้ชัด ตลอดแนวคลองและบริเวณปากท่อระบายน้ำ โดยเฉพาะที่บริเวณปากคลองหน้าวัดเนรัญ ซึ่งเป็นพื้นที่ระหว่างน้ำกร่อยและน้ำทะเล แต่ปลาไม่สามารถออกไปในทะเลได้ เพราะเป็นช่วงที่น้ำทะเลลง ทำให้ปากคลองมีทรายซัดเข้ามาทับถมปิดปากคลอง แต่หากน้ำทะเลขึ้นสูง ปลาก็สามารถว่ายออกไปในน้ำกร่อยริมทะเลหาดชะอำได้

นายนรา ของทอง คณะกรรมการชุมชนสะพานหิน กล่าวว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำกลับมาระบาดในพื้นที่อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ระบาดรวดเร็วมาก บริเวณสะพานเล็กหลังวัดเนรัญชาราม มองเห็นด้วยตาเปล่าหลายหมื่นตัวสองฝั่งคลอง ประกอบกับช่วงนี้น้ำทะเลลด ทำให้ปลาหมอคางดำไม่สามารถว่ายออกทะเลไปทางหน้าวัดได้ เพราะมีสันเนินทรายปิดกั้นปากคลอง การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำของชุมชนสะพานหิน และบริเวณสะพานวัดเนรัญชาราม ที่มีเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ต้องใช้กลไกลของรัฐเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหา

โดยการเปิดหน่วยงานขึ้นมารับซื้อปลาหมอคางดำ ก่อนนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น ปลาร้า น้ำปลา น้ำปุ๋ยหมักชีวภาพ ปัจจุบันมีบุคคลทำอยู่เป็นกลุ่มเล็ก ๆ แต่ถ้าทำเป็นหน่วยงานจนเป็นรูปธรรมอย่างยั่งยืน ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ถึงแม้จะไม่สามารถจำกัดการแพร่ระบาดได้ แต่เป็นการลดปริมาณลงได้มากโดยกลไก เพราะชาวบ้านสามารถจับไปขายสร้างรายได้ ดีกว่ามาจับทีละ 3 เดือนครั้ง แต่กลับไม่เกิดประโยชน์.