สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาบูล ประเทศอัฟกานิสถาน เมื่อวันที่ 2 ก.ย. เกี่ยวกับความคืบหน้าหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง 6.0 แมกนิจูด ในภูมิภาคทางตะวันออกเฉียงเหนือของอัฟกานิสถาน เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ที่มากกว่า 800 ราย และได้รับบาดเจ็บอีกมากกว่า 2,500 คน ที่จังหวัดคูนาร์ ส่วนที่จังหวัดนันการ์ฮาร์ซึ่งอยู่ใกล้กับแผ่นดินไหวครั้งนี้มากที่สุด มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกไม่ต่ำกว่า 255 คน

อาสาสมัครช่วยเหลือชายคนหนึ่ง ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งรุนแรง ที่เมืองนูร์กัล ในจังหวัดคูนาร์ ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน


ทั้งนี้ การที่จุดศูนย์กลางของแผ่นดินไหวครั้งนี้อยู่ในระดับที่ตื้นมาก คือเพียง 8 กิโลเมตร จึงทำให้มีโอกาสเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง ยิ่งไปกว่านั้น พื้นที่เกิดเหตุอยู่ท่ามกลางหุบเขา เป็นพื้นที่ห่างไกล และมีโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่แข็งแรงเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งทำให้ขอบเขตของความเสียหายลุกลามมากยิ่งขึ้นไปอีก


ขณะที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประกาศการจัดสรรงบประมาณจากกองทุนฉุกเฉินในเบื้องต้น 5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 161.42 ล้านบาท) และยืนยันว่า หน่วยงานทุกแห่งที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นของอัฟกานิสถาน เพื่อให้การส่งมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชน เป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลตาลีบัน พยายามลำเลียงผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุแผ่นดินไหว ออกจากพื้นที่ประสบภัย ที่เมืองนูร์กัล ในจังหวัดคูนาร์ ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน


อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่รัฐบาลตาลีบันหวนกลับคืนสู่อำนาจ เมื่อปี 2564 ความสนับสนุนและความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่มอบให้แก่อัฟกานิสถานลดลงอย่างมาก เนื่องจากมาตรการกดดันของนานาชาติที่มีต่อกลุ่มตาลีบัน ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความสามารถของประเทศแห่งนี้ ซึ่งมีฐานะยากจนอยู่แล้ว ในการรับมือกับภัยพิบัติ


ด้านยูเอ็นยอมรับเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ว่าจำเป็นต้องปรับลดลดแผนการให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่นานาประเทศทั่วโลก โดยปัจจัยสำคัญมาจากการตัดความช่วยเหลือของสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดของสหประชาชาติ.

เครดิตภาพ : AFP