เข้าทางพรรคภูมิใจไทยได้จังหวะชิงเปิดเกมเร็ว “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินสายจับมือ “พรรคประชาชน” ฟอร์มทีมขอเสียงสนับสนุนส่งขึ้นนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ด้วยคะแนนเสียง 280 เสียงขึ้นไป แถมเปิดโต๊ะแถลงพร้อมจรดปากกาเซ็น “เอ็มโอเอ” ทำตาม 3 ข้อตกลง คือ 1.ยุบสภาภายใน 4 เดือน 2.ทำประชามติเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 3.พรรคประชาชนไม่รับตำแหน่งในรัฐบาล
หนทางชื่นมื่นเหมือนจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ ปูพรมแดงให้ “อนุทิน” ก้าวสู่ตึกไทยคู่ฟ้า ควงแขน “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และ “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วยพันธมิตรทางการเมือง จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งได้ไม่ยาก

แต่อย่าลืมว่าคนอย่าง “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทย มีหรือจะยอมง่ายๆ งัดไพ่สำคัญ สั่ง “ภูมิธรรม เวชยชัย” รองนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ยื่นทูลเกล้าพระราชกฤษฎีกายุบสภา โดยอ้างว่าขอคืนอำนาจให้ประชาชน กลายเป็นเกมเดือดชิงอำนาจกันอีกครั้ง เข้าตำราเอาประชาชนเป็นตัวประกัน
แต่คงต้องตั้งคำถามดังๆ ว่าเกมร้อนครั้งนี้ ใครได้-ใครเสีย ที่สำคัญ คือประเทศและประชาชนได้อะไร ?? กรณีของนักการเมือง ใครจะได้-ใครจะเสีย คงต้องปล่อยไปก่อน แต่กรณีของประชาชนและประเทศชาติเป็นจุดที่ปล่อยวางไม่ได้

เพราะเป็นที่รู้กันว่าสภาพปัญหาของประเทศอยู่ในขั้นวิกฤติรุมเร้ารอบด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง โดยเฉพาะอย่างยิ่งไฟร้อนที่จี้ก้นตอนนี้ มีทั้งเรื่องความทุกข์ยากของประชาชนบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังอกสั่นขวัญแขวนด้วยในเรื่องความปลอดภัยและการทำมาหากิน ขณะเดียวกันยังมีทหารไทยขาขาดจากการเหยียบทุ่นระเบิดที่กัมพูชาลักลอบเข้าวางลอบกัดฝ่ายไทย เพิ่มเติมด้วยความเดือดร้อนของประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ยังมีกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบออกมาก่อเหตุความรุนแรงรายวัน
ขณะที่ประชาชนทั้งประเทศยังประสบภาวะข้าวยากหมากแพง กินไม่อิ่ม นอนไม่หลับ รากหญ้าระทม แม้แต่นักลงทุนก็แห่ถอนทุนไปต่างแดน บางส่วนยังดีดลูกคิดรอดูสถานการณ์ ซึ่งล้วนส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะงักงัน ท่ามกลางการเมืองช่วงสุญญากาศ นักการเมืองมุ่งแต่แก้ปัญหาของตัวเอง จนลืมไปว่าประชาชนคือสมการสำคัญที่ประคองบัลลังก์อำนาจพร้อมนำพาประเทศให้เดินหน้าต่อ
หากปล่อยสถานการณ์เป็นอย่างนี้ไปอีกนาน ระวังประชาชนจะเสื่อมศรัทธาต่อนักการเมือง และอาจเป็นตัวเปิดประตูสำคัญต้อนรับ “อำนาจพิเศษนอกรัฐธรรมนูญ” ฉุดประเทศไทยกลับเข้าสู่ “หลุมดำประชาธิปไตย” อีกหน.



