เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า 3 สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายสรรเพชญ บุญญามณี สส.สงขลา นายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา และนายราชิต สุดพุ่ม สส.นครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันออกถ้อยแถลงถึงเหตุผลในการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่า พวกตนขอชี้แจงเหตุผลและเจตนารมณ์ใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้ 1.จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในคดีคลิปเสียงสนทนากับวสมเด็จฯ ฮุน เซน แสดงให้เห็นถึงปัญหาความไม่ชอบธรรมของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย
2.พรรคภูมิใจไทยเคยร่วมสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ในการจัดตั้งรัฐบาลในช่วงปี 2551 – 2554 จนสามารถสร้างเสถียรภาพได้อย่างเป็นรูปธรรม ตรงกันข้ามพรรคเพื่อไทยในห้วงเวลานั้น กลับเลือกที่จะล้มรัฐบาลและผลักประเทศเข้าสู่วิกฤติการณ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ 3.พวกตนเห็นด้วยกับ 5 เงื่อนไขร่วมที่ทั้งพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนวางไว้เพื่อผ่าทางตันประเทศ และ 4.การสนับสนุนของพวกตนในครั้งนี้ ไม่ได้มีเจตนาเพื่อแลกเปลี่ยนตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลที่จะเกิดขึ้น แต่เป็นการใช้เอกสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 114 ที่บัญญัติไว้ว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรย่อมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย ไม่อยู่ในความผูกมัดแห่งอาณัติมอบหมาย หรือความครอบงำใดๆ”
ด้านนายราชิต สุดพุ่ม สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงการสนับสนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ที่ผ่านมา ตนทำงานร่วมกับพรรคภูมิใจไทยนานแล้ว โดยมีเหตุผล 2 อย่างในการสนับสนุนนายอนุทิน คือ 1.ต้องมีรัฐบาลเพื่อแก้ปัญหาการสู้รบบริเวณชายแดน และ 2. ตอนนี้ปัญหาปากท้องหนักมาก โดยเฉพาะปัญหาราคาปาล์มตกต่ำ รัฐบาลควรเร่งแก้ปัญหา
เมื่อถามว่าจะมีปัญหากับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ หรือในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะย้ายมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทย นายราชิต กล่าวว่า ยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่เห็นว่าต้องมีรัฐบาล ซึ่งการที่ตนตัดสินใจอย่างนี้ก็ไม่ได้บอกกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีมติว่าจะสนับสนุนใครเป็นรัฐบาล เพียงแค่มอบอำนาจให้หัวหน้าพรรคฯไปเจรจา แต่ขณะนี้ตนยังอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ สมัยหน้าค่อยว่ากันใหม่



