เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 4 ก.ย. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) กล่าวถึงกรณีมีพรรคการเมืองแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาต่อนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี กรณีการทูลเกล้าฯ ยุบสภา ว่า ตนไม่เห็นด้วย กรณีที่มีพรรคการเมืองแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาต่อคุณภูมิธรรม กรณีการทูลเกล้าฯ ยุบสภา และได้เรียกร้องให้พรรคการเมืองดังกล่าวดำเนินการถอนคำกล่าวโทษ เพื่อให้ทุกฝ่ายเดินหน้าหาทางออกให้ประเทศ โดยไม่มีการใช้กฎหมายทำลายล้างกันทางการเมืองหรือที่เรียกว่านิติสงคราม ไม่ว่าต่อฝ่ายใดก็ตาม
“สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือเรื่องการยืนยันในหลักการ เราพูดมาโดยตลอด เราไม่เห็นด้วยกับกระบวนการนิติสงคราม สิ่งที่ประชาชนไม่อยากเห็น ณ ตอนนี้คือใครจะขึ้นมามีอำนาจ และใช้กระบวนการทุกอย่าง ใช้อำนาจที่ตัวเองได้รับ เล่นงานฝ่ายตรงข้าม ถ้าเกิดกรณีแบบนี้ขึ้น ไม่ว่า ภท.หรือใครก็ตามที่ ปชน.ยืนยันมติเลือกนายอนุทิน เราก็ไม่เห็นด้วยกับการกระทำดังกล่าว สิ่งที่เกิดวันนี้ตนในฐานะหัวหน้าพรรค ส่งสัญญาณว่าไม่เห็นด้วยดำเนินคดีกับนายภูมิธรรม” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่าเรื่องนี้อยู่ในข้อตกลงร่วมกับ ภท.หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงลายลักษณ์อักษร การดำเนินการต่อจากนี้ จะใช้เสียงที่เรามีกำกับทิศทางของประเทศ โดยใช้ฝ่ายค้านเสียงข้างมากกำกับทิศทาง
เมื่อถามว่า มีข้อครหาว่าเป็นนั่งร้านสีน้ำเงินหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยู่ที่การแสดงออก การใช้เสียงในสภาที่พวกเรามี การแถลงข่าวชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยดำเนินคดีกับนายภูมิธรรม เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างการแสดงออกของพวกเราว่าจะใช้เสียงกำกับทิศทางรัฐบาลเสียงข้างน้อยอย่างไร เชื่อมั่นว่า 140 กว่าเสียงที่เรามี เป็นฝ่ายค้านเสียงข้างมาก จะเป็นอำนาจในสภา ที่เรากำกับทิศทางการทำงานของ สส.ได้
เมื่อถามถึงการสนับสนุนพรรค ภท.อาจทำให้โหวตเตอร์สีส้มไม่ยอมรับ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ในช่วงสั้น ๆ ต้องยอมรับข้อเท็จจริงประเมินกระแสที่ได้ยินมาว่า โหวตเตอร์หรือผู้สนับสนุนพรรคบางส่วนไม่สบายใจ อันนี้เราเข้าใจดี และเชื่อว่าพวกเรารับฟังเสียงรอบด้านแล้ว ก่อนจะออกมาเป็นมติผู้บริหารพรรค และยืนยันว่าการตัดสินใจของพรรค โดยเฉพาะสมาชิก ปชน.เจ้าของพรรคตัวจริง เห็นไปในทิศทางเดียวกับมติที่ออกมา การทำให้คะแนนความนิยมพรรคเพิ่มมากขึ้น หรือผู้สนับสนุนพรรคเข้าใจว่าเราต้องดำเนินการอย่างนี้ เป็นไปเพื่ออะไร เป็นหน้าที่ที่เราต้องดำเนินการต่อ เชื่อว่า 4 เดือนหลังจากนี้ ถ้า ปชน.กำกับทิศทางไปตามข้อตกลงกับพรรค ภท. ทุกคนจะเข้าใจดี
เมื่อถามต่อว่า หลายคนกังวลว่า ปชน.อาจถูกหลอกนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่แต่ละคนประเมินได้ว่าถูกหลอกหรือไม่ เราประเมินฉากทัศน์อย่างรอบด้าน ข้อเสนอนี้เรามองเห็น และเสนอมา 2 เดือนแล้ว ยืนยันอีกครั้งในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เราประเมินสถานการณ์เปลี่ยนแปลงมาตลอด ทางเลือกนี้ดีสุดสำหรับประเทศ ไม่ใช่สำหรับพรรค ปชน.
เมื่อถามว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้าจะไปจับมือกับพรรค ภท.ตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดไปถึงตรงนั้นว่าจะจับกับใคร สิ่งที่สำคัญตอนนี้ เดินหน้าเพื่อนำไปสู่การยุบสภา เปิดประตูแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ รวมถึงการเสนอนโยบาย รณรงค์หาเสียง เพื่อให้ได้ สส.ในสภามากสุด ถึงจะบอกได้ว่าหน้าตารัฐบาลใหม่เป็นอย่างไร ตอนนี้สิ่งที่บอกได้ในนามหัวหน้าพรรค ปชน. เราพร้อมลงสนามเลือกตั้ง และเป้าหมายคือได้เสียงข้างมากในสภา
เมื่อถามว่าหาก ภท.ละเมิดข้อตกลงร่วม ปชน.จะเลิกสนับสนุนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทันที รวมถึงอาจดำเนินการอื่นใด ถึงแม้ไม่ได้เขียนไว้ในลายลักษณ์อักษร แต่วิญญูชนเห็นได้ว่ากระทำไม่ถูกต้อง เราพร้อมดำเนินการทันที ตนคงไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เช่น แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อล้างคดีให้กับกลุ่มผลประโยชน์พวกพ้องตัวเอง พวกเรายอมรับไม่ได้เช่นเดียวกัน
“มีกลไก มาตรา 151 อยู่ ถึงแม้โหวตนายกฯ ไปแล้ว โดย ภท.ต้องคงสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อย เรายังมีกลไกซักฟอกกำกับทิศทางรัฐบาลได้อยู่” นายณัฐพงษ์ กล่าว.



