พรรคเพื่อไทยดูเหมือนกำลังพยายามดิ้นเฮือกใหญ่ หวังว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลง ถึงขนาดยื่นข้อเสนอว่า “ให้โหวตชัยเกษม พอแถลงนโยบายเสร็จยุบสภาเลย” ซึ่งฝ่ายกองแช่งเพื่อไทยเขาก็ว่ายิ่งดิ้นยิ่งดูแย่ เพราะจริงๆ “นายกฯอิ๊งค์” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ควรจะแถลงลาออกตั้งแต่เมื่อมีคลิปเสียงหลุด ไม่รู้อะไรทำให้มั่นใจว่า“ไม่โดนแน่” พอไม่ใช่อย่างที่คิด ก็ดิ้นวุ่นวายต่อรองจนคนไทยเห็นแล้วก็ไม่น่าจะชอบใจนัก ที่พยายามยื้ออำนาจไว้กับตัวจนยอมเสนออะไรกลับไป กลับมา

หลายเสียงประเมินว่า “เพื่อไทย” ไม่กล้ายุบสภา เหตุเพราะยังไม่พร้อมเรื่องการจัดการในพื้นที่ การวางตัวผู้สมัคร สส. ขณะที่พรรคภูมิใจไทยไม่ทราบได้สัญญาณอะไรอย่างไร อยู่ๆ ก็ให้คณะกรรมการสรรหา สส.ส่งรายชื่อผู้ต้องการลงสมัคร สส.ให้ผู้บริหาร บอกแค่ว่า “การเมืองต้องเตรียมตัว” ขณะที่พรรค ปชน.เองก็มีข่าวเหมือนโยนหินถามทางมาก่อนหน้านี้ เรื่องทำรายชื่อผู้ที่อาจไม่ได้รับการพิจารณาให้ลงสมัคร สส. ซึ่งเป็นเหตุการณ์น่าสนใจว่า “ปชน.รู้อะไรมา ?”

ขั้นตอนต่อจากนี้ หลังโหวต “นายกฯ” ก็รอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จากนั้น แต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และแถลงนโยบายต่อสภา สิ่งที่คนทั้งสังคมให้ความสนใจมากก็คงเป็นชื่อรัฐมนตรีนี่แหละ เมื่อตัดพรรค ปชน.ออก จากการที่พรรคบอกว่า จะกลับไปเป็นฝ่ายค้านคุมรัฐบาลเสียงข้างน้อย  ซึ่งก็จะมีความคาดหวังว่า ในช่วงเวลาของรัฐบาล “เสี่ยหนู”คงไม่เอาคนที่สังคม “ยี้”มาทำงาน ให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา

สำหรับวาระเร่งด่วนที่ต้องทำ คือ“การแก้ไขปัญหาสถานการณ์ไทย-เขมร” เพราะภาพที่ออกมาจากข่าว คือ กัมพูชาเป็นฝ่ายยั่วยุไทยมาก และไม่ยอมรับความผิดในกรณีการ“เปิดก่อน” ทั้งฝังทุ่นระเบิดในพื้นที่พิพาท กระหน่ำยิงใส่บ้านเรือน โรงพยาบาลของไทยจนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ล่าสุดก็พยายามเกรียนแตกจะยึดที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ที่เคยเป็นแหล่งที่พักชั่วคราว จะเอาเป็นของเขมรให้ได้แบบหน้าด้านๆ ทหารก็ตีแนวกั้นไป

เรื่องเขมรมีประเด็นเกี่ยวกับชาตินิยมสูงมาก ถ้าเสี่ยหนูสามารถออกแอคชั่นได้แบบ “ไทยนี้รักสงบแต่ถึงรับไม่ขลาด เอกราชจะไม่ให้ใครข่มขี่” ที่ทำให้ฝ่ายเขมรหยุดก่อเรื่องได้แบบเด็ดขาด จะได้ความนิยมเพิ่มขึ้นอีกมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อีสานล่าง “ไล่หนูตีงูเห่า” อย่าง จ.ศรีสะเกษ ที่ สส.เพื่อไทย ทนไม่ได้ย้ายค่ายมาสองคนแล้วคือ นพ.ภูมินทร์ ลีธีรประเสริฐ และ น.ส.นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร ในภาวะที่ภาพลักษณ์ของเพื่อไทยไม่ดีนัก แล้วพรรคภูมิใจไทยจะชิงทำพื้นที่อีสานล่างอย่างไร ?

การแก้ปัญหาเขมรนี่เป็นวาระเร่งด่วน วาระพิสูจน์ความเป็นผู้นำ แถมต้องทำในพื้นที่เป้าหมายของตัวเอง ตั้งแต่ จ.บุรีรัมย์ไปจนถึง จ.อุบลราชธานี และยังต้องดูแล จ.สระแก้วที่กำลังมีข้อพิพาทจะกั้นกำแพงกันอยู่ คนหน้างานคนหนึ่งที่สำคัญคือ รมว.การต่างประเทศ ที่ข่าวว่าจะใช้โควตา “คนนอก” ซึ่งประเทศไทยอาภัพตรงที่หาคนเก่งมาทำงานนี้ยาก “เสี่ยหนู” จะเลือกใคร ที่ทั้งภาพลักษณ์ดี การเคลื่อนไหวงานต่างประเทศโดดเด่น เดินต่องานให้ชาวโลกเห็นปัญหาผู้นำเขมร

วาระที่ประชาชนทั่วไทยต้องการ คือ แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้บอกว่า จะอยู่ 4 เดือน แต่การเป็นรัฐบาลไม่ใช่แค่รอการทำประชามติและเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จำต้องบริหารแก้ไขปัญหา เอาจริงคือหลายฝ่ายก็ไม่คิดว่าจะอยู่แค่ 4 เดือน เพราะกว่าจะเลือกตั้งเสร็จ กว่าจะตั้งรัฐบาลได้ จึงว่าบวกลบน่าจะถึง 8-9 เดือน และสิ่งที่น่าสนใจคือ ในภาวะที่พรรคปชน. เป็นฝ่ายค้านเสียงเกินรัฐบาล “ภท.-ปชน.” จะตกลงกันอย่างไร เกี่ยวกับเรื่องกฎหมายสำคัญที่ต้องผ่านสภา

ปชน.” เองก็ต้องการผลักดันกฎหมายของตัวเองโดยใช้เสียง “ภท.”หนุน เช่นเดียวกับ “ภท.” ต้องการแบบเดียวกัน เช่นนี้แล้วงานสภาก็เป็นอีกฝ่ายหนึ่งที่น่าสนใจยิ่งยวด แต่ถ้า “เสี่ยหนู” ก้าวสู่ตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายบริหาร ที่ต้องยึดมั่นไว้ คือ 1.ยังไม่รีบผลักดันวาระของตัวเองที่เคยโดนโจมตี เช่น กัญชา และ 2.ทำงานให้ได้ตามสโลแกนพรรค “พูดแล้วทำ”.