ที่ โรงแรมคาร์ลตัน กรุงเทพ สุขุมวิท: กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) จัดพิธีมอบรางวัล Industry 4.0 Recognition Awards 2025  ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่ สวทช. มีการคัดเลือกสถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมและการผลิตที่มีความโดดเด่นในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมยกระดับสู่สุดยอดอุตสาหกรรม 4.0 เพื่อรับรางวัล “Industry 4.0 Recognition Awards 2025” รางวัลเพื่อเชิดชูและประกาศเกียรติคุณแก่ภาคธุรกิจที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง สู่การเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ

โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปาฐกถาพิเศษ “นโยบายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับการขับเคลื่อนการยกระดับอุตสาหกรรมไทย” โดยมี ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. นักวิจัย สวทช. ผู้ประกอบการภาคเอกชนและเอสเอ็มอี เข้าร่วมงานจำนวนมาก 

ศ.ดร.ศุภชัยกล่าวว่า กระทรวง อว. มุ่งสร้าง “ระบบนิเวศ” ที่เอื้อต่อการยกระดับอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืนผ่าน 3 เสาหลัก ได้แก่ 1. การสร้างกำลังคน ที่มีทักษะตรงต่อความต้องการของอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น เซมิคอนดักเตอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และยานยนต์ไฟฟ้า 2. การวิจัยและนวัตกรรมเชิงยุทธศาสตร์ ที่เปลี่ยนวิธีคิดจาก “วิจัยเพื่อรู้” ไปสู่ “วิจัยเพื่อใช้ประโยชน์” ได้จริงในโรงงาน และ 3. มหาวิทยาลัยเพื่อท้องถิ่น ที่ทำหน้าที่เป็น “พี่เลี้ยง” ทางเทคโนโลยีให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่

โดยหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม 4.0 คือคนที่มีทักษะตรงกับความต้องการของตลาด เราจึงมีโครงการทุนการศึกษาและการฝึกอบรมที่มุ่งเน้นในสาขาที่เป็นที่ต้องการ เช่น อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ปัญญาประดิษฐ์ ยานยนต์ไฟฟ้า และ เซมิคอนดักเตอร์ นอกจากนี้งานวิจัยที่ดีต้องเดินเข้าโรงงาน ไม่ใช่จบที่ห้องแล็บ ซึ่ง สวทช. ได้พัฒนา Thailand i4.0 Index ขึ้นมาเป็นเครื่องมือประเมินความพร้อมและเป็น “ภาษากลาง” ที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนทั่วโลก โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการเปลี่ยนภาพลักษณ์ประเทศไทยสู่การเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีขั้นสูงที่ดึงดูดการลงทุน

“วันนี้ กระทรวง อว. กำลังสร้างบุคลากรไทยให้มีความเชี่ยวชาญในสาขาเหล่านี้ เพื่อลดการพึ่งพาและสร้างความมั่นคงในระยะยาวให้กับประเทศ โดย สวทช. ได้พัฒนา Thailand i4.0 Index ในการประเมินความพร้อมของอุตสาหกรรม ซึ่งอนาคตในอีก 5 ปีข้างหน้าเราจะเห็นโรงงานในประเทศไทยมีระบบการผลิตที่เชื่อมโยงกัน ข้อมูลจะถูกนำมาใช้ในการตัดสินใจแบบเรียลไทม์ ซึ่งเป็นผลมาจากการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรมภายใต้โครงการ Industry 4.0 Platform และทางมหาวิทยาลัยในแต่ละจังหวัดจะเปลี่ยนบทบาทเป็นศูนย์รวมองค์ความรู้และเทคโนโลยี ที่พร้อมช่วยแก้ปัญหาให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น และทำงานร่วมกับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้อย่างไร้รอยต่อ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้จากการขับเคลื่อนด้วยนโยบาย หนึ่งมหาวิทยาลัย หนึ่งภารกิจ ของกระทรวง อว. เช่นกัน”

ทางด้าน ศ.ดร.ชูกิจกล่าวว่า รางวัล Industry 4.0 Recognition Awards ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีแรก ภายหลังจากที่ สวทช. และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ตลอดจนพันธมิตรจากหลายหน่วยงาน ได้ร่วมกันพัฒนาดัชนีชี้วัดระดับความพร้อมของอุตสาหกรรมไทย หรือ Thailand i4.0 Index สำหรับเป็นเครื่องมือมาตรฐานในการประเมินความพร้อมของอุตสาหกรรมไทยเพื่อยกระดับไปสู่อุตสาหกรรม 4.0

โดยตั้งแต่ปี 66 มีโรงงานไทยกว่า 900 แห่งเข้าร่วมการประเมิน และหลายแห่งได้นำผลลัพธ์ไปจัดทำแผนการลงทุนได้อย่างชัดเจน เช่น โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้รู้วิธีการบูรณาการข้อมูลเครื่องจักรในสายการผลิตสู่การจัดการซัพพลายเชนและการทำลีนออโตเมชัน เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยปีนี้มีผู้ได้รับรางวัลทั้งสิ้น 25 บริษัท แบ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ 22 แห่ง และ SMEs 3 แห่ง นอกจากการประเมิน Thailand i4.0 Index แล้ว สวทช. ยังมีศูนย์นวัตกรรมการผลิตยังยืน (SMC) ณ เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมในการให้คำปรึกษา ทดลองทดสอบเทคโนโลยี และถ่ายทอดเทคโนโลยี Smart Factory ได้แก่ IIOT Big Data, AI และ Automation รวมถึงสิทธิประโยชน์เพื่อส่งเสริมการยกระดับสู่อุตสาหกรรม 4.0 แบบครบวงจร

“รางวัลดังกล่าวถือเป็นการส่งเสริมให้สถานประกอบการภาคอุตสาหกรรมเห็นคุณค่าและตัวอย่างของสถานประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการปรับเปลี่ยนสู่ระบบอุตสาหกรรม 4.0 ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรม เพื่อเพิ่มผลิตภาพ ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน และร่วมกันสร้างระบบนิเวศโรงงานอัจฉริยะของไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน” ศ.ดร.ชูกิจ กล่าว  

ทั้งนี้ความสำเร็จของโครงการนี้ ยังได้รับการสนับสนุนจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งของหลายหน่วยงาน โดยมี สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) สนับสนุนงบประมาณผ่าน “แผนงานบูรณาการพัฒนาอุตสาหกรรมและบริการแห่งอนาคต” กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ (กพร.) และกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) ได้ร่วมกันใช้ดัชนี Thailand i4.0 Index เป็นมาตรฐานในการประเมินและสนับสนุนผู้ประกอบการ นอกจากนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังใช้ผลการประเมินเป็นเกณฑ์ให้สิทธิประโยชน์เพื่อการลงทุน ควบคู่ไปกับการสนับสนุนด้านสินเชื่อจาก ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) และ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งทุนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างครบวงจร.