กระแสการโหวตนายกฯ คนใหม่ยังมาแรง พรรคเพื่อไทยพยายามสู้ชิงเก้าอี้กลับจนวันสุดท้าย นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ว่า “ข้อเสนอสุดท้ายเลือกนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรี จะยุบสภาทันทีเมื่อแถลงนโยบายต่อรัฐสภา”  ส่วน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แชร์โพสต์จากเพจพรรคเพื่อไทยลงสตอรี่ไอจี โดยมีข้อความว่า “เพื่อไทยยืนยันเสนอชื่อชัยเกษม นิติสิริ ชิงนายกรัฐมนตรี” และแชร์อีกข้อความ ที่ระบุว่า “เลือกชัยเกษม เป็นนายกฯ ยุบสภาทันที คืนอำนาจประชาชน”

ก็เป็นที่มึนงง ในเมื่อพรรคเพื่อไทยกำลังเดินเกมยุบสภาอยู่ แต่นายสรวงศ์ เทียนทอง บอกว่า การเสนอชื่อเป็นบทบาทของฝ่ายนิติบัญญัติพรรค การยุบสภา เป็นบทบาทของฝ่ายบริหารพรรค โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกฯ ซึ่งหากวันที่  5 ก.ย. โหวตเลือกนายกฯ และเสียงส่วนใหญ่มอบความไว้วางใจให้นายชัยเกษม หลังจากเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณ และแถลงนโยบายต่อที่ประชุมรัฐสภา เราจะประกาศยุบสภาทันที  ยืนยันว่าเราไม่มีเกมช่วงชิงหรือยื้อวาระการโหวตเลือกนายกฯ แต่อย่างใด  

เมื่อถามว่า ข้อเสนอในครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อให้พรรค ปชน. กลับมาโหวตสนับสนุนพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ กล่าวว่า ไม่ได้เป็นข้อเรียกร้องให้พรรคใดมาสนับสนุน แต่เป็นสิ่งที่เราพูดคุยกันว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดของประเทศ อย่าถึงขนาดบอกว่า เพื่อป้องกันไม่ให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยเป็นนายกฯ และแม้ว่าพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน (ปชน.) เซ็นข้อตกลงร่วมแล้ว ก็เปลี่ยนแปลงได้  

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ปชน. แถลงว่า  ขอความชัดเจนจากนายภูมิธรรม ว่ากระบวนการยุบสภาได้สิ้นสุดลงแล้วหรือไม่ หากกระบวนการยังดำเนินอยู่ ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน เห็นว่าประธานสภาควรทบทวนการบรรจุญัตติการโหวตนายกฯ จนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องยุบสภา  พรรคเพื่อไทยมีความย้อนแย้งในตัวเอง ด้านหนึ่งมีข่าวออกมาว่าเตรียมเสนอแคนดิเดตนายกฯ  แต่กลับมีกระแสข่าวว่ายังดำเนินการยุบสภาอยู่ ตนจึงต้องขอความชัดเจน 

เมื่อถามว่า มีข้อครหาว่า พรรค ปชน. เป็นนั่งร้านสีน้ำเงิน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า อยู่ที่การแสดงออก การใช้เสียงในสภาที่พวกเรามี  การที่พรรค ปชน.โหวตให้ภูมิใจไทย ผู้สนับสนุนพรรคบางส่วนไม่สบายใจ อันนี้เราเข้าใจดี และเชื่อว่าพวกเรารับฟังเสียงรอบด้าน ยืนยันว่าการตัดสินใจของพรรค โดยเฉพาะสมาชิก ปชน.เจ้าของพรรคตัวจริง เห็นไปในทิศทางเดียวกับมติที่ออกมา เชื่อว่า 4 เดือนหลังจากนี้ ถ้า ปชน.กำกับทิศทางไปตามข้อตกลงกับพรรคภูมิใจไทย ทุกคนจะเข้าใจดี

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า หากภูมิใจไทยทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดละเมิดข้อตกลงร่วม ปชน.จะเลิกสนับสนุนหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ทันที  อะไรที่วิญญูชนเห็นได้ว่ากระทำไม่ถูกต้อง เราพร้อมดำเนินการทันที เช่น ถ้ามีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อล้างคดีให้กับกลุ่มผลประโยชน์พวกพ้องตัวเอง พวกเรายอมรับไม่ได้เช่นเดียวกัน  มีกลไกรัฐธรรมนูญ อภิปรายไม่ไว้วางใจมาตรา 151 ที่เราจะใช้ซักฟอกกำกับทิศทางรัฐบาลเสียงข้างน้อย   

ต่อมาในช่วงบ่าย นายณัฐพงษ์ แถลงข่าวอีกครั้ง ยืนยันว่าพรรค ปชน.ไม่ได้เสียงแตก กระบวนการตัดสินใจของพรรค ปชน.สิ้นสุดไปตั้งแต่วันที่กรรมการบริหารพรรคได้แถลงข่าวและเซ็นข้อตกลงร่วมกับพรรคภูมิใจไทย ในพรรคก็ไม่ได้พูดถึงการเปิดฟรีโหวต หากพรรคเพื่อไทยเปิดข้อเสนอเรื่องเลือกนายชัยเกษมแล้วยุบสภาทันที ก่อนพรรค ปชน.จะตัดสินใจแถลงเป็นทางการ พรรค ปชน.ก็รับไว้พิจารณา แต่มาจนถึงวันนี้ ฝั่งเพื่อไทยยังให้ข่าวกลับไปกลับมา  เราก็พอจะประเมินได้ว่า พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความจริงจังและจริงใจที่จะบรรลุข้อตกลงกับเราตั้งแต่ต้น เป็นเพียงการปล่อยข่าวเพื่อช่วงชิงจังหวะทางการเมืองมากกว่า เราไม่สามารถเชื่อคำพูดที่กลับไปกลับมาแบบนี้ได้

ปชน. ต้องหนักแน่นต่อการตัดสินใจของเรา เราไม่ได้เพิ่งมาคิดไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่มองเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 2 เดือนที่แล้ว เราได้ประเมินสถานการณ์ ชั่งน้ำหนักทุกด้าน ไตร่ตรองรอบคอบก่อนออกมติพรรค เชื่อว่าเป็นทางออกที่ดีสุดให้กับประเทศจริงๆ ขอให้รอดูว่า หลังจากนี้อีก 4 เดือน หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา พรรค ปชน.จะใช้เสียง 140 กว่าเสียง กำกับทิศทางรัฐบาล นำไปสู่สิ่งที่เราตั้งเป้าไว้มากน้อยแค่ไหน เชื่อว่าเราทำได้     

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ให้สัมภาษณ์ว่า ยืนยันจะทำงานโดยยึดหลักกฎหมายเต็มที่  สิ่งแรกที่ตั้งใจจะทำให้ชัดเจนคือการเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีอย่างเขากระโดงเข้ามาแล้วบอกทำให้เต็มที่ แต่ต้องอยู่ในกฎหมาย ไม่ใส่สีไม่ใส่ความ ไม่ยัดข้อหา และไม่ทำในสิ่งที่เขาทำกันทุกวันนี้  ตรงไหนยึดได้ยึด ขึ้นศาลได้ต้องขึ้นศาล และตนจะติดตามเองด้วย ผู้สื่อข่าวถามถึงความรู้สึกของว่าที่นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า “ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ทุกอย่างมีขั้นตอนของมัน วันนี้มาในหน้าที่ สส.ก็ต้องมาประชุมสภา”

ในระหว่างสัมภาษณ์มีสื่อมวลชนคนหนึ่งนำรูปของตัวเงินตัวทองที่เดินอยู่หน้าตึกไทยคู่ฟ้าเมื่อวันที่ 4 ก.ย. ให้นายอนุทินดู เจ้าตัวบอกติดตลกว่า “หน้าเหมือนผมเลยเนอะ” พร้อมถามว่าภาพจริงหรือเป็น AI พร้อมเอื้อมมือมาขยายภาพที่ผู้สื่อข่าวยื่นให้ดู แล้วบอกว่า “ตัวเงิน ตัวทอง เป็นสัตว์สงวนอยู่แล้วหาเงินหาทองให้กับประเทศ”

ต่อมา นายภูมิธรรม เวชยชัย ให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า  ได้ยื่น พ.ร.ฎ.ยุบสภาไปเมื่อวันที่ 2 ก.ย. เมื่อยื่นไปแล้วได้รับการประสานงานกลับมาว่ามีประเด็นที่ยังไม่มีข้อยุติ คือ รองนายกฯ รักษาราชการแทนนายกฯ จะมีอำนาจยื่นยุบสภาได้หรือไม่ เรารับกลับมาและจะปฏิบัติตามขั้นตอนทั้งหมด  เราอยากเห็นกระบวนการประชาธิปไตยเดินหน้า เราเสนอนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกฯ การโหวตถือเป็นเอกสิทธิ์ สส. โหวตอะไรไปก็ต้องรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้น และยืนยัน หากนายชัยเกษมได้เป็นนายกฯ เราจะดำเนินการยุบสภาทันที ไม่ต้องรอ 4 เดือน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อมีการตีกลับมาเช่นนี้จะไม่ยื่น พ.ร.ฎ.ยุบสภาขึ้นไปใหม่ใช่หรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้ชัดเจนแล้วหากมีการเลือกนายกฯ ก็ไม่ต้องใช้เส้นทางนี้ เมื่อนายชัยเกษมได้รับการโหวตเป็นนายกฯ คนใหม่ เมื่อรับการโปรดเกล้าฯ เสร็จก็มีอำนาจยุบสภาทันทีเพื่อแก้วิกฤติการเมืองที่เกิดขึ้น  

มีรายงานข่าวว่า หลังโหวตเลือกนายกฯ จะตั้ง ครม.โดยเร็ว  สำหรับโผ ครม.หนู 1 มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล  เป็นนายกฯ  ควบรมว.มหาดไทย ส่วน รมช.มหาดไทย มีชื่อ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ นายไชยชนก ชิดชอบ  สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เป็นรัฐมนตรีป้ายแดง รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี จะเป็น รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็น รมว.คมนาคม  นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง คาดว่าจะเป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลอย่างพรรคกล้าธรรม เบื้องต้นจะได้สัดส่วนรัฐมนตรีกระทรวงเดิม คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ และได้กระทรวงเพิ่ม คือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พรรคจะไปหารืออีกครั้งว่าใครจะเป็นรัฐมนตรี พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กลุ่มนายสุชาติ ชมกลิ่น มีโอกาสได้เก้าอี้ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี เพื่อไทย ที่ขน สส.เพื่อไทย เข้าร่วมรัฐบาล 8 คน คาดว่า จะได้รัฐมนตรี 1 เก้าอี้ตามความเหมาะสม 

สัดส่วนโควตากลาง 3 กระทรวง คือ กระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงการต่างประเทศ ที่จะเป็นสัดส่วนโควตาคนนอก และกระทรวงที่น่าจับตามองอย่างกระทรวงยุติธรรม เพราะกรมสอบสวนพิเศษ (ดีเอสไอ) สังกัดอยู่  เชื่อว่า จะเป็นโควตาของพรรคภูมิใจไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีเขากระโดง ต.เสม็ด และ ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์  การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้รับมอบอำนาจ เตรียมเข้าดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ 4 ก.ย. ให้ดำเนินคดีอาญากับกลุ่มบุคคลที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ รฟท.และเจ้าหน้าที่รัฐอื่นในการเข้ายึดถือครอบครองที่ดินของ รฟท. บริเวณเขากระโดง

รฟท.ได้แจ้งเลื่อนการเข้าร้องทุกข์กับดีเอสไอเรียบร้อยแล้ว โดยไม่มีการแจ้งเหตุผลการเลื่อนอย่างไม่มีกำหนด  คาดว่า ประเด็นที่ รฟท.เลื่อนการร้องทุกข์กล่าวโทษออกไปเช่นนี้ เกิดขึ้นภายหลังจากที่ดีเอสไอตรวจสอบพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของ รฟท.เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย  เจ้าหน้าที่ดีเอสไอรายหนึ่งเปิดเผยว่า ได้มีการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน ข้อมูลแล้วแจ้งต่อผู้เสียหาย แต่ปรากฏว่าไม่มีเจ้าทุกข์เข้าร้องกล่าวโทษ  

แม้ไม่มีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ แต่ก็ยังมีช่องทางอื่นที่สามารถดำเนินการต่อไปได้ เนื่องจากเคยมีคำพิพากษาและกฤษฎีกาตีความไว้แล้วว่า เจ้าหน้าที่รัฐอื่นสามารถกล่าวโทษได้ระหว่างการตรวจสอบ หาก รฟท. ไม่มาแจ้งร้องทุกข์ ก็อาจเข้าข่ายละเลยการปฏิบัติหน้าที่ได้  ดีเอสไอจะทำหนังสือแจ้ง รฟท.อีกครั้งเพื่อให้มาแจ้งความ

นายภูมิธรรม เวชยชัย กล่าวถึงการที่ รฟท.เลื่อนการแจ้งความต่อดีเอสไอ ว่า  เขากระโดงไม่สำคัญเท่ากับการเลือกตั้ง เมื่อถามต่อว่า หากเปลี่ยนรัฐบาลจะเป็นอย่างไร นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้าเลือกนายอนุทินเป็นนายกฯ เรื่องนี้ก็จะหายไปตลอดเวลา ตลอดกาล 

“ทีมข่าวการเมือง”