เมื่อวันที่ 4 ก.ย. พล.ต.อัษฎาวุธ ปันยารชุน ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 ในฐานะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ บูรณาการกับ นายอธิสรรค์ อินทร์ตรา ผวจ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากชุดปฏิบัติการข่าวในพื้นที่ ว่าจะมีการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน จ.กาญจนบุรี เข้ามายังพื้นที่ตอนใน จึงสั่งการให้ พ.อ.พรรณศักย์ เพรียวพานิช ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 29 ในฐานะผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พ.อ.ปิยะเณศร์ ภัทรศาศวัตวงษ์ รองผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า สนธิกำลังกับ พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 135, ฝ่ายปกครองอำเภอทองผาภูมิ และ สถานีตำรวจภูธรทองผาภูมิ ทำการลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ที่ได้รับแจ้งจากสายข่าว
ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกำลังลาดตระเวนเฝ้าตรวจ บริเวณบ้านสหกรณ์นิคม หมู่ 1 ต.สหกรณ์นิคม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี สังเกตพบรถตู้ หมายเลขทะเบียน ฮท 6243 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน จอดอยู่บริเวณริมถนน ลักษณะคล้ายบรรทุกของหนัก ขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังเข้าตรวจสอบ คนขับรถตู้คันดังกล่าวได้เร่งเครื่องยนต์หลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้เร่งติดตามไปจนกระทั่งถึงบริเวณน้ำพุร้อน หมู่ 6 ต.หินดาด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี พบรถตู้คันดังกล่าวจอดทิ้งไว้
จากการตรวจสอบอย่างละเอียด พบบุคคลต่างด้าวผิดกฎหมาย สัญชาติเมียนมา จำนวน 49 ราย แบ่งเป็นชาย 32 ราย และหญิง 17 ราย อัดแน่นเต็มห้องโดยสาร ซึ่งทั้งหมดไม่สามารถสื่อสารภาษาไทย และไม่มีเอกสารประจำตัว เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้ทั้งหมด
จากการซักถามผ่านล่าม ทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด เดินทางมาจาก จ.ย่างกุ้ง และ จ.มัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา ลักลอบเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ บ้านบ่อญี่ปุ่น อ.สังขละบุรี หลังจากนั้นใช้เส้นทางธรรมชาติทั้งทางบกและทางน้ำ หลบเลี่ยงจุดตรวจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ต่อมามีชายไม่ทราบชื่อขับรถตู้คันดังกล่าวมารับพวกตนเข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยทั้งหมดสารภาพว่าต้องการลักลอบหลบหนีเข้าไปทำงานยัง จ.สมุทรสาคร และ จ.ระยอง ซึ่งจะจ่ายค่าจ้างให้กับนายหน้าจำนวนคนละ 15,000–20,000 บาท เมื่อถึงปลายทาง แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางส่ง สภ.ทองผาภูมิ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.



