จากกรณีตำรวจตรวจคนเข้าเมืองร่วมกับหลายหน่วยงานเข้าช่วยเหลือชาวจีน 5 คน ที่ถูกกักขังภายในบ้านพักพื้นที่ตำบลวังใหม่ อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว พร้อมจับกุมตำรวจและพลเรือนที่ร่วมก่อเหตุ หลังพบพฤติการณ์ใช้เครื่องพันธนาการ กักขังหน่วงเหนี่ยว และข่มขู่เรียกเงินค่าไถ่แลกอิสรภาพ นั้น
ล่าสุด เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท.ณพวัฒน์ อารยางกูร ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงนามในคำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ 221/2569 ลงวันที่ 21 พ.ค. 69 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจ ออกจากราชการไว้ก่อน จำนวน 4 ราย ประกอบด้วย 1.ดาบตำรวจวุฒิกรณ์ วงษ์ธรรม ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.คลองหาด จังหวัดสระแก้ว 2.ดาบตำรวจสมชาย อยู่คง ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.คลองหาด 3.ดาบตำรวจพิเชษฐ์ เส็งสูนย์ ผบ.หมู่ งานป้องกันปราบปราม สภ.บ้านแปลง จังหวัดจันทบุรี และดาบตำรวจปภาวิน ประหยัดเงิน ผบ.หมู่ สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง
โดยคำสั่งระบุว่า ตำรวจทั้ง 4 นาย ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และตกเป็นผู้ต้องหาในคดีร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจโดยมิชอบ ข่มขืนใจเรียกรับทรัพย์ และปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามคดีอาญาของ สภ.วังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว โดยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และถูกควบคุมตัวตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา


สำหรับคดีดังกล่าวเป็นคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นรวมถึงภาพลักษณ์ขององค์กรอย่างร้ายแรง หากปล่อยให้ผู้ต้องหายังคงปฏิบัติหน้าที่ราชการ อาจก่อให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมได้ จึงมีคำสั่งให้ดาบตำรวจวุฒิกรณ์ วงษ์ธรรม, ดาบตำรวจสมชาย อยู่คง และ ดาบตำรวจพิเชษฐ์ เส็งสูนย์ ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย สำหรับในราย ดาบตำรวจปภาวิน ประหยัดเงิน ผู้บังคับหมู่ สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดในครั้งนี้ด้วย กองบังคับการตำรวจทางหลวง ได้มีคำสั่งที่ 80/2569 ลงวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 ให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย


ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ตามคำสั่งที่ 220/2569 โดยมอบหมายให้ พันตำรวจเอกเอกศิษฏ์ โตอดิเทพย์ ผู้กำกับการฝ่ายสืบสวนและตรวจราชการ 1 กองตรวจราชการ 2 สำนักงานจเรตำรวจ เป็นประธานกรรมการ พร้อมคณะรวม 6 นาย เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงในทุกมิติ
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ดำเนินการสอบสวนอย่างตรงไปตรงมา รวดเร็ว และหากพบว่ามีตำรวจหรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้องเพิ่มเติม ให้เร่งรายงานผู้บังคับบัญชา เพื่อขยายผลดำเนินคดีทั้งหมดโดยไม่มีการละเว้นเด็ดขาด.



