จากกรณีที่ “น้องณิริน ปณิริน” ลูกสาวของ “หนิง ปณิตา” ถูกผู้ไม่หวังดีปล่อยข่าวปลอมว่า ตั้งครรภ์ ซึ่งสร้างความตกใจและความไม่สบายใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก โดยคลิปดังกล่าวถูกแพร่กระจายไปยังโลกออนไลน์ จนทำให้คนบางกลุ่มเชื่อว่าเป็นเรื่องจริง จึงทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นจำนวนมากนั้น


ล่าสุด หนิง ปณิตา ได้มาร่วมงานเปิดตลาด “AUM AUM” ก็ได้เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว รวมถึงสภาพจิตใจของ น้องณิริน โดยหนิงเผยว่า

“สำหรับเรื่องที่ น้องณิริน โดนกุข่าวว่าท้อง คือจริงๆ หนิง ทราบเรื่องมาจากพี่ธัญญ่า ซึ่ง ณิริน ก็โทรมาจี้ๆ เพราะเขาเองก็เห็นจาก TikTok ซึ่งเพื่อนเขาเองเป็นคนส่งให้เขาดู มันก็เป็นเรื่องแย่เนอะ สำหรับเรื่องนี้ที่เกิดขึ้นกับเด็ก ณิริน ก็ตกใจว่าทำไมถึงมีข่าวแบบนี้ หนิง เองก็เลยบอกกับลูกว่าไม่ต้องตกใจเลย เพราะเป็นข่าวที่ดาราเจอกันเยอะ เพราะก่อนหน้านี้น้องลียาก็เจอ ซึ่ง ณิริน ก็ตกใจ ประโยคแรกที่เขาพูดก็คือ แต่มันตลกดีแม่ คือในการเขียนภาษาไทยค่อนข้างชัดเจน แต่ ณิริน จะเป็นคนที่เขียนภาษาไทยไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ ผิดๆ ถูกๆ และบทสนทนาเวลาที่เขาใช้แชทกับเพื่อนหรือกับเราเอง เขาจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักอยู่แล้ว หนิง ก็อธิบายให้เขาเข้าใจ แต่ช่วงก่อนจะไปโรงเรียน เป็นช่วงคาบเกี่ยวช่วงปิดเทอม พอถึงช่วงเปิดเรียนก็มีกังวลนิดหน่อยว่าจะเจออะไรอีกหรือเปล่า แต่พอเปิดเทอมไปแล้วหนึ่งอาทิตย์ โดยรวมก็ผ่านไปได้ด้วยดี

เกิดเรื่องแบบนี้หนิงก็โกรธมาก เรื่องอย่างนี้หนิงว่าใครเจอก็โกรธ คือเราเองเจอข่าวเฟกนิวส์ ตายบ้าง อะไรบ้าง คือมันก็เรื่องธรรมดาเนอะในวงการบันเทิง แต่นี่มันเป็นเฟกนิวส์กับเด็ก มันเป็นเรื่องที่เซนซิทีฟมากพอสมควรเหมือนกัน เราเข้าใจนะว่ามันเป็นเฟกนิวส์ แล้วเราก็ตามอ่านคอมเมนต์ บางคอมเมนต์หลงเชื่อ มันสุดแล้ว มันจะพูดยังไง สิ่งที่เราทำได้คือเราก็ต้องสอนให้ลูกเรารับมือกับมัน แล้วก็อยู่กับความเป็นจริง เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะแก้ไขยังไง จะไปบอกให้คนทำเลิกทำมันก็ไม่รู้จะไปสั่งใคร ซึ่งตอนนี้มี “ลียา” โดน มี “แอลลี่” ลูก “พี่อ่ำ” โดน และน้อง ณิริน รู้สึกว่าตอนนี้จะสามคน เท่าที่หนิงทราบ อย่างด้านแอลลี่มีการเข้าไปแจ้งความแล้ว ซึ่งจริงๆ หนิง เองก็ไปแจ้งความแล้วเรียบร้อยเหมือนกัน ไปกับทางพี่เป๊กและพี่ธัญญ่าเรียบร้อยแล้ว ก็ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ใช้เวลาในการจัดการแล้วกัน
ถามว่ามีโอกาสจับตัวคนร้ายได้ไหม ก็คือขออนุญาตให้มันเป็นเรื่องของตำรวจแล้วกันว่ายังไง ถามว่าเซ็งไหมที่บางคนก็ไปเชื่อกับข่าวนี้ คือหัวอกคนเป็นแม่ เวลาเรื่องราวเราก็ไม่ได้รู้สึกแย่ แต่พอมันเป็นเรื่องลูก มีคนไปคอมเมนต์เชื่อ หรือไปแชร์ต่อบ้าง แต่ท้ายที่สุดแล้วจะให้เราเสียใจ หรือจะให้เราโกรธยังไง ตีโพยตีพาย ยังไงกับโลกโซเชียลที่มันออนไลน์แบบนี้ มันก็ทำไม่ได้หรอก สิ่งที่ทำได้ก็คือสอนให้ลูกเราอยู่กับความเป็นจริง และแข็งแกร่งกับมัน รับมือกับมัน ในมุมของหนิง หนิงสอนลูกอีกมุมหนึ่ง หนิง บอกลูกว่า ทำให้มันเป็นเรื่องเบาๆ หนิง ไม่ได้ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหนิง จริงๆ คนในวงการบันเทิงโดนเยอะมาก แล้วตอนนี้มันก็เริ่ม ลาม มาถึงเด็ก แต่จำไว้นะ บนโลกโซเชียลแบบนี้มันสอนให้เรารู้ว่า เราต้องดูแลตัวเราเองให้ดี ต่อให้เป็นคนดังหรือไม่ดัง มันสามารถดังข้ามคืนได้กับเรื่องแย่ๆ แบบนี้ มันคือสิ่งหนึ่งที่จะต้องเอาความโหดร้ายของโซเชียลมาเทิร์นเป็นการที่ว่าเราต้องดูแลตัวเองและเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนที่ตามเรา หนิงก็พยายามจะสอนลูกในมุมนี้มากกว่า

ส่วนสภาพจิตใจของน้องณิริน เขาก็บอกอยู่ว่าเขาเพิ่งอายุจะ 13 เอง จบเรื่องเมื่อสองปีที่แล้ว ดัน มาเจอเรื่องนี้อีก แต่เขาก็กังวลตรงไปโรงเรียนนี่แหละ ตอนนี้เขาไปโรงเรียนเกือบ 10 วันแล้ว ก็ไม่มีเรื่องอะไร แล้วเพื่อนๆ ของเขาที่อยู่ในแก๊งที่สนิทกัน ก็พร้อมที่จะดูแลความรู้สึกเขา เขาก็เลยก้าวผ่านเร็วมากกับเรื่องนี้ ซึ่งก็ชื่นชมมากๆ อย่างที่บอกเวลาเรามีเรื่องอะไรร้ายๆ เข้ามา เราก็ต้องพยายาม เทิร์น เรื่องร้ายๆ ให้มันเป็นเรื่องเบาสำหรับลูกเรา และก็สอนกับความเป็นจริงที่เขาจะต้องเผชิญกับสิ่งเหล่านี้ ตราบใดที่เขาเกิดมาเป็นลูกคนในวงการบันเทิง เขาก็ต้องรับมือกับมัน และเขาก็บอกเองว่าเขาอยากจะเป็นศิลปิน เขาต้องรับมือกับมัน และเขาต้องเจออะไรกับมันในข้างหน้าอีกเยอะ เราก็ต้องสอนเขา

ซึ่งในมุมของเรา เราก็ต้องพยายามทำให้เป็นเรื่องเบาๆ และก็ใจแข็งที่จะสอนเขาจากในมุมความเป็นจริง แต่ในหัวอกคนเป็นแม่จริงๆ ข้างในมันแทบจะน้ำตาร่วง มันแทบจะร้องไห้ บางทีก็อยากจะกรี๊ดอยากจะไปตอบโต้คอมเมนต์ แต่สุดท้ายแล้วเราก็ต้องใจเย็นให้มากที่สุด ถ้าวันหนึ่งจับตัวคนทำได้ หนิงขอถามกลับไปดีกว่า ถ้าสมมุติว่าคุณเป็นพ่อเป็นแม่ แล้วคนในครอบครัวโดนแบบนี้ จะให้ หนิงทำอะไรดีกว่า ก็ขอให้จับได้ คือของแบบนี้จริงๆ เรื่องราวเหล่านี้ มันมีผลของการกระทำแน่นอนอยู่แล้ว ก็ให้ผลของการกระทำมันเกิดขึ้น แล้วมายกมือไหว้ขอโทษ เพราะถึงเวลาตอนนั้นแค่คำว่าขอโทษมันสายไปแล้ว“




