กองทัพเรือร่วมกับบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และหน่วยงานภาครัฐ-เอกชนกว่า 25 องค์กร จัดการฝึกซ้อมปฏิบัติการขจัดคราบน้ำมันนอกชายฝั่งอ่าวไทย โดยใช้เครื่องบิน C-130 ณ ท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง–พัทยา และกองการบินทหารเรือ อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง นับเป็นการฝึกเชิงปฏิบัติการครั้งแรกในประเทศไทยที่มีการนำเครื่องบินขนาดใหญ่จากต่างประเทศเข้ามาใช้ เพื่อทดสอบศักยภาพการตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินจากคราบน้ำมันรั่วไหลในทะเล โดยการฝึกครั้งนี้ใช้น้ำจืดฉีดพ่นเพื่อจำลองสถานการณ์จริงโดยไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ความร่วมมือดังกล่าวเป็นการบูรณาการกำลังจากภาครัฐและเอกชนกว่า 25 หน่วยงาน อาทิ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) สมาคมอนุรักษ์สภาพแวดล้อมของกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมัน (IESG) บริษัท ปตท.สผ. เอนเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (ปตท.สผ. อีดี) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด บริษัท ออยล์ สปิล เรสปอนส์ จำกัด (OSRL) รวมถึงกรมเจ้าท่า กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กรมควบคุมมลพิษ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย

สำหรับการใช้เครื่องบิน C-130 เพื่อฉีดพ่นสารขจัดคราบน้ำมันถือเป็นหนึ่งในวิธีที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากสามารถเข้าถึงจุดเกิดเหตุได้รวดเร็วและครอบคลุมพื้นที่กว้าง รวมถึงพื้นที่ที่ยากต่อการเข้าถึงทางเรือ การพ่นสารจากอากาศยานยังช่วยควบคุมปริมาณการใช้สารให้เหมาะสม และสามารถจำกัดขอบเขตผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การขจัดคราบน้ำมันยังต้องพิจารณาใช้วิธีอื่นควบคู่กันไป เช่น การใช้เรือฉีดพ่นสาร การใช้ทุ่นกักคราบน้ำมัน เครื่องสูบและเก็บคราบน้ำมัน รวมถึงวัสดุดูดซับ เพื่อให้การจัดการเหมาะสมกับชนิดและปริมาณน้ำมัน สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยของพื้นที่

การฝึกซ้อมในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มขีดความสามารถด้านเทคนิค แต่ยังสร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศในเรื่องการประสานงาน การนำทรัพยากร ทั้งบุคลากรผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์ขั้นสูงเข้ามาใช้ในการจัดการคราบน้ำมัน การซักซ้อมอย่างเป็นระบบจึงเป็นการยกระดับมาตรฐานการปฏิบัติงานให้สอดคล้องกับข้อกำหนดทั้งในประเทศและมาตรฐานสากล ตอกย้ำความมุ่งมั่นของภาคพลังงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการลดความเสี่ยงต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ทั้งยังสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญต่อความปลอดภัย ความรับผิดชอบต่อชุมชน รวมถึงการขับเคลื่อนสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว