สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 7 ก.ย.ว่านายโช ฮยอน รมว.กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ จัดการประชุมฉุกเฉิน และมีมติให้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อปกป้องชาวเกาหลีที่ทำงานในต่างประเทศ พร้อมทั้งยืนยันว่า จะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน “หากมีความจำเป็น” หลังปฏิบัติการของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐ ซึ่งตรวจค้นโรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ( อีวี ) ของบริษัทฮุนได-แอลจี ตั้งอยู่ที่เมืองเอลลาเบล ในรัฐจอร์เจีย และสามารถจับกุมแรงงานผิดกฎหมาย 475 คน ในจำนวนนี้มากกว่า 300 คน เป็นชาวเกาหลีใต้


ขณะที่นายปาร์ค ยูน-จู รมช.กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ สนทนาทางโทรศัพท์กับนางอัลลิสัน ฮูกเกอร์ รมช.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ด้านกิจการการเมือง โดยปาร์คแสดงความเสียใจและผิดหวัง กับการที่ฝ่ายสหรัฐเปิดเผยภาพและคลิปการจับกุมพลเมืองเกาหลีใต้ และให้ความเห็นว่า เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญของการสร้างเสริมความเชื่อมั่นและความไว้วางใจระหว่างสองประเทศ ซึ่งเพิ่งเกิดขึ้นหลังผู้นำสหรัฐและผู้นำเกาหลีใต้ เพิ่งพบหารือกัน เมื่อปลายเดือนส.ค. ที่ผ่านมา


ด้านสถานเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงวอชิงตันส่งเจ้าหน้าที่เดินทางไปยังเมืองเอลลาเบล ในรัฐจอร์เจีย เพื่อให้ความช่วยเหลือที่เหมาะสมแก่ชาวเกาหลีใต้ซึ่งถูกจับกุมแล้ว

AFP


ส่วนประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย และผู้ที่ถูกจับกุมล้วนไม่ได้เดินทางเข้ามาอย่างถูกต้อง ขณะที่สำนักงานศุลกากรและตรวจคนเข้าเมือง ( ไอซีอี ) ออกแถลงการณ์ ว่าปฏิบัติการดังกล่าวไม่ใช่การจู่โจม แต่เป็นผลจากการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด เกี่ยวกับการจ้างงานอย่างผิดกฎหมาย และการละเมิดกฎหมายในระดับร้ายแรง พร้อมทั้งย้ำว่า ผู้ถูกจับกุมทั้งหมดนั้น “ไม่ได้เดินทางเข้ามาทำงานในสหรัฐอย่างถูกต้อง”.

เครดิตภาพ : AFP