ช่วงเดือนตุลาคมถูกกำหนดให้เป็นเดือนแห่งวันสุขภาพจิตโลก (World Mental Health Day) การท่องเที่ยวนิวซีแลนด์จึงเชิญชวนนักเดินทางชาวไทยสัมผัสการพักผ่อนที่จะช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกายและจิตใจ ห่างไกลจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน ด้วยประสบการณ์การเดินทางที่หลากหลาย ตั้งแต่การเดินป่าอันสงบร่มรื่น ไปจนถึงการแช่สระน้ำอุ่นภายใต้หมู่ดาว โดยธรรมชาติอันงดงามของนิวซีแลนด์ พร้อมเปิดประตูต้อนรับนักเดินทางให้ค้นพบความสมดุลและพลังใจที่เต็มเปี่ยมอีกครั้ง
เริ่มต้นด้วยการชาร์จพลังที่ “มารูอีอา ริเวอร์ รีทรีท” (Maruia River Retreat) ชื่อจากภาษาเมารีที่แปลว่า “ได้รับความคุ้มครองหรือร่มเงา” ตั้งอยู่บนพื้นที่ป่าธรรมชาติบริสุทธิ์ขนาด 500 เอเคอร์ ครอบคลุมป่าบีชพื้นเมือง ดื่มด่ำกับธรรมชาติและความสงบเป็นส่วนตัวในวิลล่าที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ธรรมชาติอันกว้างใหญ่ แล้วออกไปสำรวจกับเส้นทางเดินป่าและทุ่งหญ้าขั้นบันไดของเกาะใต้อันงดงาม

ขณะที่ “อะโรฮา” (Aro Ha) ตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกเขาแอลป์ตอนใต้เปิดตัวในปี 2014 บนความตั้งใจที่จะให้ที่นี่เป็นสถานที่พักผ่อนระดับโลกซึ่งจะเปลี่ยนแปลงชีวิตของผู้คนด้วยการดูแลตัวเองแบบเต็มรูปแบบ โดยผสมผสานแนวทางแบบสหวิทยาการ ว่ากันว่าเพียงเข้าร่วมโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายของที่นี่ 6 วัน จะสามารถลดอายุทางชีวภาพลงได้ถึง 2.16 ปี โดยมีครบทั้งโยคะ การทำสมาธิ เดินป่า และอาหารแบบแพลนต์เบส (Plant Based) เพื่อการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจอย่างสมบูรณ์
ส่วนผู้ที่หลงใหลในท้องฟ้ายามค่ำคืน “ทะเลสาบเทคาโป” (Lake Tekapo) บนเกาะใต้ของนิวซีแลนด์ คือจุดหมายที่จะมอบความสงบและความมหัศจรรย์ผ่านการชมหมู่ดาว ทะเลสาบที่งดงามแห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องน้ำทะเลสีฟ้าใสราวกับภาพวาด ล้อมรอบด้วยภูเขาสูงตระหง่าน นอกจากจะมีความงดงามตระการตาในตอนกลางวันแล้ว หลังจากพระอาทิตย์ตกดินก็งดงามไม่แพ้กัน โดยภูมิภาคนี้เป็นส่วนหนึ่งของเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดนานาชาติ “ออรากิ แมคเคนซี” (Aoraki Mackenzie) ซึ่งเป็นเขตอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดที่ใหญ่ที่สุดในนิวซีแลนด์

โดยผู้มาเยือนสามารถแช่ในสระน้ำอุ่นอันผ่อนคลายภายใต้ท้องฟ้าที่ “เทคาโป สตาร์แกซซิง” (Tekapo Stargazing) พร้อมชมดวงดาวที่ส่องประกายและทางช้างเผือกที่พาดผ่านฟากฟ้า เป็นประสบการณ์ที่ผสานทั้งวิทยาศาสตร์ การเติมเต็มจิตใจ และความผ่อนคลายเข้ากับท้องฟ้ายามค่ำคืนอันบริสุทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งบนโลกได้อย่างลงตัว หากอยากจะดูดาวให้ใกล้ยิ่งกว่าเดิมสามารถเยี่ยมชมหอดูดาวที่ซึ่งสามารถชมท้องฟ้ายามค่ำคืนผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาด 14 นิ้วได้ด้วย สำหรับคนชอบดูดาว ฤดูหนาวถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพราะท้องฟ้าจะแจ่มใส ที่นี่ยังตั้งอยู่ในทำเลที่สะดวกสบายใกล้กับสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของภูมิภาค เช่น อุทยานแห่งชาติโอรากิ เมาท์คุก และทะเลสาบปูคากิ หมู่บ้านเล็ก ๆ ของทะเลสาบเทคาโป มีประชากรเพียง 500 คน เป็นที่ตั้งของโบสถ์กู้ด สเตปเพิร์ด (Good Shepherd) อันเลื่องชื่อ
อีกหนึ่งประสบการณ์ที่ช่วยผ่อนคลายที่สุดคือ “การอาบป่า” ที่จะช่วยชะลอความเร่งรีบในชีวิตและเปิดโอกาสให้ตัวเองดื่มด่ำไปกับธรรมชาติอย่างเต็มที่ โดยมีจุดหมายอยู่ที่ “เกาะไวเฮเก้” (Waiheke Island) ซึ่งใช้เวลาเดินด้วยเรือเฟอร์รี่ทางจากโอ๊คแลนด์เพียงไม่กี่นาที ชื่อไวเฮเก้ในภาษาเมารีมีความหมายว่า “น้ำตก” เกาะแห่งนี้มีชื่อเสียงอย่างมากในฐานะ “เกาะแห่งไวน์” มีการปลูกองุ่นพันธุ์หลัก เช่น คาเบอร์เน่ โซวีญง (Cabernet Sauvignon), แมร์โล (Merlot) และชาร์ดอนเนย์ (Chardonnay) เพื่อผลิตไวน์ชั้นเลิศ นอกจากนี้ยังมีสวนมะกอกและชายหาดที่สวยงาม


ออกเดินสำรวจเส้นทางต่าง ๆ บนเกาะที่คดเคี้ยวไปตามยอดผาลงไปยังชายหาดและเข้าสู่ป่าพื้นเมืองอันร่มรื่นเย็นสบาย ณ ปลายสุดด้านตะวันออกของเกาะทางเดินสโตนีแบตเตอร์ (Stony Batter Gun Emplacements) จะนำไปสู่ฐานปืนใหญ่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และอุโมงค์ใต้ดิน มรดกด้านวิศวกรรมที่มีความสำคัญมากแห่งหนึ่งของประเทศ โดยผู้ให้บริการทัวร์ในพื้นที่เช่น เทอรา แอนด์ ไทด์ (Terra and Tide) ที่พร้อมพาผู้มาเยือนเดินท่องป่าเผื่อผ่อนคลายไปกับไกด์ท้องถิ่น มอบประสบการณ์เชื่อมโยงกับจังหวะและพลังของธรรมชาติ นอกจากนี้ทางเหนือสุดของนิวซีแลนด์ ไกด์ชาวเมารีจากฟุตปริ้นท์ ไวปูอา (Footprints Waipoua) ชวนผู้มาเยือนออกเดินทางในยามสนธยา ลัดเลาะใน “ป่าไวปูอา” (Waipoua Forest) ซึ่งมีต้นเคารี (Kauri) ขนาดยักษ์ยืนต้นเป็นผู้พิทักษ์ผืนดิน โดยการเล่าเรื่องควบคู่กับแสงดาวที่สาดส่องจากฟากฟ้า สร้างบรรยากาศสงบและผ่อนคลาย ให้ผู้มาเยือนได้ดื่มด่ำกับความผูกพันระหว่างธรรมชาติกับจิตใจ
เกาะไวเฮเก้อยู่ในอ่าวฮาอูรากี (Hauraki Gulf) ของเกาะเหนือมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะเกรทแบร์ริเออร์ (Great Barrier Island) ปัจจุบันนอกจากเป็นเกาะแห่งการท่องเที่ยวแล้ว ที่นี่ยังได้รับความนิยมในการใช้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานซึ่งได้รับการยอมรับว่าสุดแสนจะโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่ง ไม่เพียงเท่านั้นที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญอย่างหมู่บ้านประวัติศาสตร์บนเกาะไวเฮเก้ (Waiheke Island Historic Village) ประกอบด้วยพิพิธภัณฑ์ขนสัตว์ ซึ่งภายในมีการจัดแสดงเกี่ยวกับขนสัตว์ต่าง ๆ สิ่งทอ แกลเลอรี่ และอื่น ๆ อีกมากมาย


นอกจากการอาบป่าและชมดาวแล้ว ความผ่อนคลายเพื่อสุขภาพแบบเวลล์เนสในนิวซีแลนด์นั้น ยังสะท้อนผ่านผืนดินและธรรมชาติ เช่นที่ “ไว อาริกิ ฮอตสปริงส์ แอนด์ สปา” (Wai Ariki Hot Springs & Spa) ในโรโตรัว (Rotorua) ซึ่งสืบสานการรักษาแบบเมารีที่มีมายาวนานโดยใช้พลังจากใต้พิภพผ่านน้ำพุร้อนช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัส
ณ ริมทะเลสาบโรโตรัวอันงดงาม “ชีฟลี วอเตอร์ส” เจ้าของและดูแลโดยชนเผ่าอิวี ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมือง จะนำไปสู่การฟื้นฟู ตั้งแต่สระน้ำร้อน บ่อโคลนร้อนใต้พิภพ การนวด ทรีตเมนต์ผิวหน้า สัมผัสประสบการณ์การอาบน้ำเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่ออกแบบมาเพื่อปลอบประโลมทั้งร่างกายและจิตใจ
ขณะที่ “มารูอีอา ฮอตสปริงส์” (Maruia Hot Springs) ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศภูเขาสูงแบบอัลไพน์ แนะนำห้องพักแบบเทอร์มอล ทรานกิลลิตี (Thermal Tranquillity) พร้อมบ่อน้ำแร่ส่วนตัว ให้ผู้เข้าพักได้สัมผัสความผ่อนคลายพร้อมวิวภูเขาแบบพาโนรามา
นิวซีแลนด์ชวนนักเดินทางชาวไทยมาพักผ่อน ชะลอจังหวะชีวิต ดื่มด่ำกับธรรมชาติ และปล่อยให้ความกังวลในแต่ละวันค่อย ๆ เลือนหาย ทุกช่วงเวลาช่วยให้ร่างกายสดชื่น จิตใจแจ่มใส และจิตวิญญาณกลับมามีพลัง เติมเต็มพลังชีวิตอย่างเต็มที่ 100% พลังกลับมาเต็มเปี่ยมแล้วอย่าลืมเดินทางสำรวจแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ตั้งแต่เมืองที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา จนถึงภูมิทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม พร้อมสร้างความทรงจำที่ยากจะลืมในทุกช่วงเวลา เริ่มต้นวางแผนการเดินทางที่ www.newzealand.com/int/campaign/plan-your-100/
อธิชา ชื่นใจ



