สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ว่า แม่น้ำโรน ซึ่งมีต้นกำเนิดจากธารน้ำแข็งเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ ไหลลงสู่ทะเลสาบเจนีวา ออกทางปลายแม่น้ำด้านตะวันตก และเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างฝรั่งเศส

“เนื่องจากธารน้ำแข็งค่อย ๆ ละลายหายไป แม่น้ำโรนจะต้องพึ่งพาน้ำฝนมากขึ้น ซึ่งสิ่งนี้จะนำไปสู่ ‘ความไม่แน่นอนที่เพิ่มขึ้น’ ในการไหลของแม่น้ำ และจะเพิ่มความเสี่ยงของน้ำท่วมและระดับน้ำต่ำ” นายโลรองต์ แซงต์-มาร์แต็ง รมช.การค้าต่างประเทศของฝรั่งเศส กล่าวในพิธีลงนามที่เมืองเจนีวา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

นอกจากแม่น้ำโรนแล้ว ทะเลสาบเจนีวา ซึ่งเป็นทะเลสาบธรรมชาติขนาดใหญ่ที่สุดในยุโรปตะวันตก ก็ถูกใช้ในกิจกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่การประมงและเกษตรกรรม ไปจนถึงสันทนาการและน้ำดื่ม รวมถึงระบบหล่อเย็นเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ของฝรั่งเศส

แซงต์-มาร์แต็ง กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อตกลงเชิงปฏิบัติการเกี่ยวกับการควบคุมน้ำในทะเลสาบเจนีวา ปูทางไปสู่ “หน่วยจัดการวิกฤติฝรั่งเศส-สวิตเซอร์แลนด์” พร้อมกับเสริมว่า หน่วยงานเหล่านี้ดำเนินการเมื่อระดับน้ำในทะเลสาบ หรือการไหลของแม่น้ำโรนใกล้ถึงเกณฑ์ที่กำหนด

ขณะที่กระทรวงสิ่งแวดล้อม คมนาคม และพลังงานของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่าคณะกรรมาธิการความร่วมมือทวิภาคี ซึ่งถูกจัดตั้งตามข้อตกลงฉบับนี้ จะมีหน้าที่สร้างวิสัยทัศน์ร่วมกัน และอำนวยความสะดวกในการบริหารจัดการน้ำข้ามพรมแดนระหว่างหน่วยงานที่มีอยู่.

เครดิตภาพ : AFP