นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวงพลังงานและโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้เร่งเดินหน้าส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงานทั่วประเทศ ให้เป็นที่รู้จักวงกว้างมากขึ้น ในฐานะสินค้ารักษ์โลก โดยปี 68 นี้ เตรียมเปิดตัวความร่วมมือกับสถานีบริการน้ำมัน เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าในสถานีบริการน้ำมันและร้านค้าในเครือทั่วประเทศ เปิดโอกาสทางการตลาดใหม่ ๆ และเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนอย่างต่อเนื่อง โดยจะใช้ตราสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ชุมชน ลดใช้พลังงาน นำไปติดบนบรรจุภัณฑ์หรือผลิตภัณฑ์ของชุมชนหรือวิสาหกิจ ที่มีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตหรือการแปรรูป จนสามารถลดการใช้พลังงานได้

สำหรับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่จะได้รับตราสัญลักษณ์ฯ จะต้องมีคุณสมบัติด้านการลดใช้พลังงาน เช่น มีการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีพลังงานทดแทนที่เหมาะสมกับชุมชน เช่น โรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ เตาเศรษฐกิจประยุกต์ เตานึ่งประสิทธิภาพสูง เตาหุงต้มประสิทธิภาพสูง หัวแก๊สประสิทธิภาพสูงเป็นต้น , ลดการใช้พลังงานหรือประหยัดเงินค่าพลังงานหรือลดระยะเวลาการแปรูปได้ไม่น้อยกว่า 25% , ใช้พลังงานหมุนเวียนแทนพลังงานฟอสซิล
“ตอนนี้สินค้ารักษ์โลก กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ทางกระทรวงพลังงาน จะเร่งเดินหน้าส่งเสริมสินค้าชุมชนที่มีคุณสมบัติลดใช้พลังงาน รักษ์โลกให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อขยายตลาดให้กับผู้ประกอบการชุมชน ซึ่งเราจะต้องทำให้ตราสัญลักษณ์นี้เป็นที่รู้จัก เหมือนกับเวลาที่ผู้บริโภคซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า จะต้องมองหาตราสัญลักษณ์เบอร์ 5 และต้องทำให้วิสาหกิจชุมชนต่างๆ เข้าสู่โครงการชุมชน ลดใช้พลังงานมากให้มากขึ้น
ทั้งนี้ล่าสุดได้ลงพื้นที่ร่วมกับนางพัทธ์ธีรา สายประทุมทิพย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ที่จ.ลำปาง เพื่อติดตามผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบเห็ด ตราครูกานต์ และข้าวแต๋นทวีพรรณ ซึ่งได้รับเลือกให้จัดจำหน่ายในร้านไทยเด็ด ของเครือ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) แล้ว จะเจาะกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อมได้มากขึ้น โดยข้าวแต๋นทวีพรรณ กลุ่มได้รับสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานทำให้กลุ่มสามารถบริหารจัดการพลังงานในกระบวนการทอดและการผลิตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการผลิตที่ยั่งยืน

สำหรับ“ข้าวเกรียบเห็ด ตราครูกานต์” วิสาหกิจชุมชนเพาะแปรรูปเห็ดบ้านสวนแม่ทะ อำเภอแม่ทะ เกิดจากการรวมกลุ่มของแม่บ้านเกษตรกรที่เคยประสบปัญหาราคาเห็ดนางฟ้าตกต่ำ พลิกวิกฤตสู่การสร้างผลิตภัณฑ์แปรรูปมูลค่าสูง จุดเด่นคือ การใช้เห็ดนางฟ้าเกษตรอินทรีย์เป็นส่วนผสมหลัก ทำให้ได้ผลิตภัณฑ์โปรตีนสูง ถูกหลักอนามัย และไม่ใส่สารกันบูด โดยกลุ่มได้รับสนับสนุนการติดตั้งโรงอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่ออบแห้งแผ่นข้าวเกรียบ ช่วยลดระยะเวลาและทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอ ทางกลุ่มฯ ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลากหลาย เช่น เห็ดสวรรค์ น้ำพริกเห็ด เห็ดแดดเดียว เป็นต้น ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฯ ได้รับมาตรฐานรับรอง อาทิ OTOP 5 ดาว, อย., GMP, HACCP และฮาลาล สร้างยอดขายเฉลี่ยปีละ 1.8 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยข้าวเกรียบเห็ดมีค่าการปล่อย CO₂ อยู่ที่ 1.3 กิโลกรัม CO₂ เทียบเท่าต่อกิโลกรัม หากคิดเป็น 1 กระป๋องขนาด 45 กรัม จะปล่อย CO₂ เพียง 0.0586 กิโลกรัม CO₂ เทียบเท่า

ส่วน “ข้าวแต๋นทวีพรรณ” กลุ่มข้าวแต๋นทวีพรรณ อำเภอเกาะคา เป็นการต่อยอดภูมิปัญญาชาวบ้านล้านนาในการถนอมอาหารจากข้าวเหนียว เดิมเป็นขนมงานมงคลที่พัฒนาให้ทันสมัยทั้งรสชาติและบรรจุภัณฑ์ มีรสน้ำอ้อย (รสดั้งเดิม) สาหร่าย วาซาบิ และอื่น ๆ การได้รับสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานทำให้กลุ่มสามารถบริหารจัดการพลังงานในกระบวนการทอดและการผลิตได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สอดคล้องกับแนวทางการผลิตที่ยั่งยืน ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฯ ได้รับรางวัล OTOP 5 ดาว และเป็น OTOP Product Champion ต่อเนื่อง 3 ปี พร้อมมาตรฐาน GMP, HACCP, Organic และฮาลาล มียอดจำหน่ายเฉลี่ยปีละ 17 ล้านบาท ทั้งจากการส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ยุโรปและออสเตรเลีย รวมถึงการจำหน่ายในประเทศ ซึ่งมียอดจำหน่ายเฉลี่ยปีละ 2.5 ล้านบาท ข้าวแต๋นทวีพรรณมีค่าการปล่อย CO₂ อยู่ที่ 1.06 กิโลกรัม CO₂ เทียบเท่าต่อกิโลกรัม หากคิดเป็น 1 ถุงขนาด 90 กรัม จะปล่อย CO₂ เพียง 0.0954 กิโลกรัม CO₂ เทียบเท่า



