เมื่อวันที่ 8 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.จันทบุรี ว่า พื้นที่ ต.คลองนารายณ์ ด้านหลังวัดทองทั่ว และ ต.พลับพลาด้านหลังโรงน้ำแข็ง อ.เมือง จ.จันทบุรี พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเป็นประจำ ครั้งนี้นับเป็นรอบที่ 3 ในปี 2568 ที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ ส่วนพื้นที่ อ.เขาคิชฌกูฏ ต.ชากไทย หมู่ที่ 1 พบน้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือน 1 หลัง เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่เข้าให้การช่วยเหลือแล้ว

ด้านการให้ความช่วยเหลือ ทันทีที่เกิดเหตุ เทศบาลตำบลพลับพลานารายณ์ ได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และองค์การบริหารส่วนจังหวัดจันทบุรี เข้าช่วยเหลือประชาชนผู้ได้รับผลกระทบอย่างเร่งด่วน โดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ เพื่อเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำ ลงสู่คลองภักดีรำไพ พร้อมมีการเก็บกวาดขยะและวัชพืชที่กีดขวางทางน้ำ ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมไม่ขยายวงกว้างและสามารถควบคุมได้

โดยสถานการณ์น้ำและปริมาณฝนสะสมล่าสุด จากรายงานปริมาณฝนสะสมสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา พบว่า อ.เมืองจันทบุรี มีปริมาณฝนสะสมสูงสุดถึง 134.6 มิลลิเมตร, อ.แหลมสิงห์ 98.6 มิลลิเมตร, อ.ขลุง 96.8 มิลลิเมตร

สำหรับสถานการณ์แม่น้ำจันทบุรี ยังคงอยู่ในเกณฑ์ “น้ำมาก” โดยระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่งอยู่ 2.38 เมตร จึงยังไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่เศรษฐกิจในตัวเมืองจันทบุรี ขณะที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดจันทบุรี (ปภ.จันทบุรี) ได้ประกาศเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในบริเวณลุ่มต่ำและเชิงเขา ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ฝนตกหนักในระยะนี้

ทั้งนี้ หากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่มเติม คาดว่าสถานการณ์น้ำท่วมขังในพื้นที่ตำบลคลองนารายณ์และตำบลพลับพลา จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในวันนี้ และมวลน้ำทั้งหมดจะไหลลงสู่คลองภักดีรำไพ ออกสู่ทะเลต่อไป.