กรณีเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.66 นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ลงนามประกาศระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 หรือระเบียบคุมขังนอกเรือนจำเพื่อพิจารณาให้ผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ ได้คุมขังยังสถานที่ที่ไม่ใช่เรือนจำ เพื่อลดความแออัดของเรือนจำ และเป็นการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย อีกทั้งกรมราชทัณฑ์ได้มีการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะต้องห้ามและวิธีการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 พ.ศ. …. ผ่านระบบกลางทางกฎหมาย หรือผ่านทางเว็บไซต์ระบบกลางทางกฎหมาย www.law.go.th ระหว่างวันที่ 2 ธ.ค.67 – วันที่ 17 ธ.ค.67 เพื่อรวบรวมความคิดเห็นของประชาชนและทบทวนแก้ไขให้เหมาะสม กระทั่งวันที่ 25 มี.ค.68 กรมราชทัณฑ์ ได้อัปโหลดไฟล์เอกสาร “ประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะ ลักษณะต้องห้าม และวิธีการคุมขังผู้ต้องขังในสถานที่คุมขัง ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ. 2566 พ.ศ. 2568“ ซึ่งท้ายเอกสารได้มีการลงนามโดย นายสหการณ์ เพ็ชรนรินทร์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ประกาศ ณ วันที่ 19 มี.ค.68 ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
‘ธนกฤต’ เปิดเกณฑ์คุมขังนอกเรือนจำ ใช้ 3 ฉบับกฎหมายกับโทษไม่เกิน 4 ปี
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 9 ก.ย. “ผู้สื่อข่าวเดลินิวส์” ได้รับข้อมูลจากรายงานข่าวภายในกระทรวงยุติธรรม ถึงความคืบหน้าการพิจารณาการคุมขังในสถานที่คุมขังเพื่อติดตามงานและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่อง กำหนดคุณสมบัติเฉพาะลักษณะต้องห้ามและวิธีการควบคุมผู้ต้องขังในสถานที่คุมขังตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 พ.ศ.2568 ว่า ทราบว่าระเบียบดังกล่าวยังไม่มีการนำร่องในเรือนจำฯ เนื่องจากต้องรอกรณีของกำไล EM อย่างไรก็ดี ทราบว่าแต่ละเรือนจำทั่วประเทศได้มีการซักซ้อมแนวทางปฏิบัติ เพื่อเตรียมการตามความเหมาะสม

ขณะที่ รายงานภายในกรมราชทัณฑ์ เผยว่า ที่ผ่านมา คณะทำงานพิจารณาการคุมขังในสถานที่คุมขัง ซึ่งมีรองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธาน ได้มีการประชุมเพื่อกำหนดแนวทาง เพื่อนำไปสู่การซักซ้อมภายในเรือนจำ แต่อย่างไรก็จะต้องมีการสำรวจกลุ่มผู้ต้องขังภายในเรือนจำ/ทัณฑสถานแต่ละแห่งทั่วประเทศ เพื่อคัดกรองผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติตรงตามเนื้อหาภายในระเบียบที่ได้กำหนดไว้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้มีการเริ่มนำร่องกับผู้ต้องขังเรือนจำใด เนื่องด้วยติดเงื่อนไขว่าราชทัณฑ์ต้องมีกำไล EM ซึ่งทราบว่าอยู่ระหว่างการจัดซื้อ อย่างไรก็ดี ระเบียบดังกล่าวนี้ ผบ.เรือนจำทั่วประเทศจะต้องมีการทำความเข้าใจเนื้อหารอไว้อยู่แล้ว และต้องพร้อมที่จะดำเนินการ เพราะถือเป็นส่วนของนโยบายของกรมฯ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องราชทัณฑ์ที่เข้าเกณฑ์
รายงานภายในกรมราชทัณฑ์ เผยอีกว่า สำหรับระเบียบดังกล่าว เน้นย้ำที่กลุ่มผู้ต้องขังเด็ดขาด และมีโทษต่ำ 4 ปี หรือตามเงื่อนไขอื่นที่ระเบียบกำหนด เช่น เป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดหญิงตั้งครรภ์ ผู้ต้องขังสูงวัยซึ่งมีอาการเจ็บป่วย ผู้ต้องขังที่เตรียมความพร้อมก่อนปล่อย เป็นต้น ซึ่งทราบว่าเรือนจำ/ทัณฑสถาน ก็มีการกวาดดูรายชื่อและคัดกรองคุณสมบัติของผู้ต้องขังเตรียมรอไว้ แต่อย่างไรแล้วมันต้องดูละเอียดอย่างมาก ทั้งสถานที่คุมขังที่ผู้ต้องขังจะไปอยู่เป็นอย่างไรบ้าง สภาพแวดล้อมโดยรวม เจ้าของสถานที่คุมขังเป็นใคร มีศักยภาพในการดูแลหรือไม่ และเงื่อนไขอื่น ๆ เพราะเราต้องพิจารณาเป็นรายบุคคล แต่ละคนมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน ทั้งนี้ หากระดับเรือนจำ/ทัณฑสถานมีการคัดกรองรายชื่อคุณสมบัติผู้ต้องขังที่เข้าเกณฑ์ระเบียบคุมขังนอกเรือนจำเรียบร้อยแล้ว ก็จะต้องส่งให้ระดับกรมราชทัณฑ์ พิจารณาเห็นชอบด้วย

ด้าน นางกนกวรรณ จิ๋วเชื้อพันธุ์ ผบ.เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ในฐานะรองโฆษกกรมราชทัณฑ์ ยืนยันว่า ตอนนี้ยังไม่มีเรือนจำใดเสนอมาให้ระดับกรมราชทัณฑ์พิจารณา.



