สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่า สภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสมีมติเสียงข้างมาก 364 เสียง คัดค้านญัตติไว้วางใจนายฟรองซัวส์ เบย์รู นายกรัฐมนตรี โดยมีผู้สนับสนุน 194 เสียง การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส และผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต้องพ้นจากคณะรัฐมนตรี
ทั้งนี้ เบย์รู ซึ่งรับตำแหน่งเมื่อเดือน ธ.ค. 2567 ถือเป็นนายกรัฐมนตรีคนแรกในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ของฝรั่งเศส ซึ่งต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยญัตติไว้วางใจที่ได้เสียงสนับสนุนไม่ถึงเกณฑ์ ไม่ใช่จากญัตติไม่ไว้วางใจ และเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 6 ซึ่งต้องพ้นจากตำแหน่งในยุคของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ตั้งแต่ปี 2560
ด้านทำเนียบเลลีเซออกแถลงการณ์ ว่าผู้นำฝรั่งเศส “รับทราบ” มติของสภาผู้แทนราษฎร และจะเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่ “ภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” ซึ่งอย่างน้อยถือเป็นการยุติการคาดเดาของหลายฝ่าย ว่ามาครงอาจสั่งให้มีการยุบสภา และจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด
สำหรับการลงมติครั้งนี้เกิดขึ้น หลังเบย์รูแถลงต่อที่ประชุม อธิบายว่า หนี้สาธารณะของฝรั่งเศสเป็น “ภัยคุกคามต่อชีวิต” สำหรับฝรั่งเศส และยืนยันว่า รัฐบาลมีแผนการทำให้บ้านเมืองสามารถหลุดพ้นจากวิกฤติที่ว่านี้ได้ ภายในระยะเวลาอีกไม่กี่ปี
ขณะที่ผลสำรวจความคิดเห็นชาวฝรั่งเศสเมื่อไม่นานมานี้ โดยหนังสือพิมพ์ “เลอ ฟิกาโร” ระบุว่า 64% ของกลุ่มตัวอย่าง ต้องการให้มาครงลาออก ก่อนครบวาระสมัยที่สองในปี 2570 อนึ่ง มาครงไม่สามารถดำรงตำแหน่งสมัยที่สามได้แล้ว เนื่องจากดำรงตำแหน่งนานสูงสุดแล้วสองสมัยตามรัฐธรรมนูญ.
เครดิตภาพ : AFP



