ภาคอุตสาหกรรมในประเทศจีนกำลังเดินหน้ายกระดับการผลิตอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดที่ศูนย์โลจิสติกส์ เมืองกว่างโจว มณฑลกวางตุ้ง ได้เริ่มนำหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์มาใช้งานจริงในกระบวนการตรวจจำแนกพัสดุ การหยิบจับ และการคัดแยกสินค้า ซึ่งหุ่นยนต์แต่ละตัวมีขีดความสามารถในการจัดการพัสดุได้สูงสุดถึง 1,200 ชิ้นต่อชั่วโมง
Wang Lei หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการและบำรุงรักษา ศูนย์ประมวลผลไปรษณีย์กว่างโจว ไปรษณีย์จีน (China Post) ระบุว่า งานในตำแหน่งดังกล่าวเป็นงานที่ต้องใช้แรงงานค่อนข้างหนักและมีลักษณะซ้ำๆ จึงได้เริ่มนำหุ่นยนต์เข้ามาช่วยทำงานตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ปัจจุบัน หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ไปรษณีย์จีนนำมาใช้งาน สามารถรองรับภารกิจได้หลากหลาย ตั้งแต่การจดจำวัตถุ การหยิบจับ การพลิก การจัดวาง และการคัดแยกสินค้า โดยตั้งเป้าว่าภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ จะเพิ่มขีดความสามารถการประมวลผลเป็น 1,400 ชิ้นต่อชั่วโมง และจะขยับขึ้นเป็น 1,600 ชิ้นต่อชั่วโมงในไตรมาสแรกของปีหน้า
นอกจากนี้ ไปรษณีย์จีนยังอยู่ระหว่างการศึกษาค้นคว้าเพื่อนำหุ่นยนต์ไปประยุกต์ใช้ในภารกิจอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การขนถ่ายสินค้า ตลอดจนการจัดสรรและบริหารจัดการพื้นที่ภายในคลังสินค้า
นอกเหนือจากภาคบริการโลจิสติกส์แล้ว หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ยังขยับเข้าไปมีบทบาทสำคัญในกระบวนการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะที่โรงงานผลิตรถยนต์แห่งหนึ่งในเขต E-Town กรุงปักกิ่ง ซึ่งเป็นศูนย์รวมของบริษัทด้านหุ่นยนต์มากกว่า 300 แห่ง และมีห่วงโซ่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่ครบวงจร


ภายในโรงงานดังกล่าว หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังได้รับการฝึกฝนเพื่อปฏิบัติงานที่ต้องการความละเอียดและแม่นยำสูง อาทิ การหยิบและวางชิ้นส่วน การติดตั้งแผ่นปิดชนิดยืดหยุ่น รวมถึงการพับกล่อง
Xiang Diyun รองผู้จัดการทั่วไปฝ่ายหุ่นยนต์ บริษัทเสียวหมี่ เผยรายละเอียดว่า ภารกิจแรกของหุ่นยนต์คือการหยิบและวางวัตถุ ภารกิจต่อมาเป็นการควบคุมนิ้วมือของมือกลอัจฉริยะที่มีความคล่องแคล่วสูง และภารกิจที่สามคืองานประกอบพร้อมควบคุมชิ้นส่วนที่ต้องอาศัยการรับรู้สัมผัสอย่างละเอียด
การเคลื่อนไหวทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีหุ่นยนต์ของประเทศจีนกำลังก้าวข้ามจากขั้นการทดลอง ไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะในกลุ่มงานที่มีลักษณะซ้ำซาก งานที่ต้องใช้แรงงานสูง หรือตอบโจทย์งานที่จำเป็นต้องอาศัยความแม่นยำสูง ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการผลิตอัจฉริยะของจีนในปัจจุบัน
เครดิต China Media Group (CMG)



