เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ภายหลังศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้ นายทักษิณ ชินวัตร จำคุก 1 ปี นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ ผู้ร้องในคดีนี้ ระบุว่า ขอบคุณนายทักษิณที่แสดงความรับผิดชอบที่เดินทางกลับมารับโทษ ถึงแม้ว่าจำคุกไปปีเดียวแต่ก็ถือว่าไม่คุ้มกับความเสียหายของประเทศที่ผ่านมา หลังจากนี้ถือเป็นขั้นตอนของ ป.ป.ช. ที่จะดำเนินการต่อ

อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้นายทักษิณสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ แต่ศาลพิจารณาตามโทษจำคุกเดิม เพียงแค่วินิจฉัยว่าได้รับโทษไปแล้วหรือไม่ เมื่อวินิจฉัยว่ายังไม่ได้รับโทษ ก็แค่ส่งกลับไปรับโทษเท่านั้น เชื่อว่าคำอุทธรณ์ของนายทักษิณไม่น่าจะมีผลต่อคำตัดสินในวันนี้ คำตัดสินวันนี้ถือว่าเป็นแม่บทเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมทั้งหมดกลับเข้าสู่ระบบในสิ่งที่ถูกต้องตามบทบัญญัติของกฎหมาย

ขณะที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ย้ำว่า การเข้าพักรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ เป็นกระบวนการที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนที่โรงพยาบาลตำรวจกำหนดมาตรการไว้ในการดูแลผู้ป่วยที่เป็นนักโทษ และการส่งตัวไปที่โรงพยาบาลเป็นเพราะหัวใจขาดเลือด แต่กลับให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการผ่าตัดสมองเป็นผู้ดูแล ไม่ได้พบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหัวใจโดยเร็ว กว่าจะเจอกับแพทย์โรคหัวใจเวลาผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้ว ทำให้อาการดีขึ้น ดังนั้นนายทักษิณสามารถกลับไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ได้ และยังพบว่ายารักษาโรคที่ใช้หลัก ๆ เป็นเพียงแค่ยาโรคความดันสูงและยาพ่นที่อ้างว่าบรรเทาอาการหายใจเหนื่อยเท่านั้น

ดังนั้นถือว่าเป็นการตอกย้ำ ว่าอาการเจ็บหน้าอกสงสัยว่าหัวใจขาดเลือด ไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะผู้ป่วยด้วยโรคเหล่านี้ต้องทำ อีเคจี โดยเร็วที่สุด ภายใน 10 นาที แต่นายทักษิณไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้เลย จึงเชื่อได้ว่าไม่ได้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวจริง ศาลชี้ชัดว่าการส่งตัวนายทักษิณมาเที่ยวโรงพยาบาลตำรวจเชื่อได้ว่ามีการเตรียมการไว้แล้ว จึงชอบด้วยกฎหมายเป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ และกฎกระทรวงสาธารณสุข

ด้าน นายสมชาย แสวงการ กล่าวว่า ขอบคุณศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่คืนความยุติธรรมให้กับสังคมไทย พร้อมขอบคุณหน่วยงานต่าง ๆ เช่น คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กรรมการแพทยสภา รวมทั้งคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนวุฒิสภาที่มีการสอบสวนเรื่องนี้ไว้ถึง 12 ครั้ง รวมทั้งชื่นชมนายทักษิณที่กล้ากลับมารับโทษตามกระบวนการ แต่อย่างไรก็ตาม การบังคับคดีในวันนี้มีอีกหลายเรื่องที่ต้องดำเนินการต่อ โดยเฉพาะ ป.ป.ช. ตั้งเรื่องสอบไว้ 12 คน ก็ต้องขยายผลการกระทำความผิดของบุคคลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเอื้ออำนวยประโยชน์ให้นายทักษิณไม่ต้องรับโทษในเรือนจำ

นายสมชาย กล่าวอีกว่า ฝากถึงคณะกรรมการพิจารณาโทษหรือคณะกรรมการต่าง ๆ ที่กำลังพิจารณาว่าจะให้นายทักษิณไปจำคุกที่อื่น ต้องพิจารณาให้ดีเพราะคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนของวุฒิสภาได้ศึกษาเรื่องนี้ไว้แล้ว ว่าการออกไปคุมขังนอกเรือนจำจะต้องได้รับการอนุญาตอย่างไร มีหลักเกณฑ์เช่นไร สถานที่คุมขังจะต้องเป็นเรือนจำไม่ใช่บ้าน เพราะหากใช้บ้านเป็นเรือนจำจะต้องให้นักโทษอื่นเข้ามาอยู่ด้วยได้ ต้องมีกล้องวงจรปิด มีเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ควบคุม ดังนั้นขอให้ข้าราชการทุกคน เมื่อรับฟังคำตัดสินวันนี้แล้ว ขออย่ากระทำความผิดซ้ำ และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา เมื่อนายทักษิณได้รับการพ้นโทษในอีกหนึ่งปีข้างหน้าก็ค่อยว่ากัน อีกเรื่องอย่าทำให้กฎหมายบิดเบี้ยว เพราะสังคมมีปัญหาเรื่องความไม่น่าเชื่อถือและวิกฤติศรัทธาของกระบวนการยุติธรรมมานาน เชื่อว่าวันนี้กระบวนการยุติธรรมได้รับความศรัทธากลับคืนมาแล้ว

ส่วนปฏิกิริยาของนายทักษิณในระหว่างการฟังคำตัดสิน มีอาการที่เรียบเฉยเป็นปกติ และเมื่อนายทักษิณกลับเข้าเรือนจำไปแล้วหากมีการป่วยอีก จะได้รับการพิจารณาจากแพทย์เบื้องต้น ต้องส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ก่อน

ทั้งนี้ นายสมชาย ยืนยันว่า โรงพยาบาลราชทัณฑ์มีศักยภาพเพียงพอในการรักษาโรคหัวใจที่นายทักษิณอ้างว่ากำลังป่วยอยู่ หากเกินกว่าขีดความสามารถจึงค่อยพิจารณาเปลี่ยนโรงพยาบาล

ภายหลังจากให้สัมภาษณ์กลุ่มนายชาญชัย ได้มีการถ่ายรูปรวมบริเวณด้านหน้าป้ายศาลฎีกา ก่อนจะเดินทางกลับ