เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงการกระแสตอบรับที่ดีที่รัฐบาลใหม่ จะดำเนินการโครงการ “คนละครึ่ง” ว่า ยอมรับว่ากระแสดี เพราะเราฟังประชาชน เพราะไม่ใช่พรรคการเมืองที่คิดว่าจะทำแบบนี้ว่าจะก๊อบปี้พรรคไหน เพราะทำเพื่อประชาชน ประชาชนได้ประโยชน์ เราจะไปก๊อบปี้ใครเราก็จะทำ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ 30 บาท ก็ต้องเดินต่อไป แม้ว่าจะเกิดในรัฐบาลทักษิณ รวมถึงโครงการคนละครึ่งมาจากรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และตนเป็นรัฐมนตรีสมัยท่าน ตนก็ยกมือสนับสนุน

เมื่อถามว่ากระแสข่าวคนละครึ่งจะเป็น 50 :50 หรือจะเป็นแบบพลัส นายอนุทิน กล่าวยอมรับว่า เมื่อคืนวันที่ 8 ก.ย. ที่ผ่านมา จากที่ได้คุยกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รมว.คลัง หากไม่กระทบวินัยการเงิน หรืองบประมาณ และช่วยเหลือประชาชนได้ แต่จะออกไปรูปในรูป 60 : 40 เพื่อจูงใจกลุ่มคนที่เสียภาษี ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็เสียภาษีอยู่แล้ว แต่หากเป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เสียภาษี ก็ 50: 50 ถือเป็นไอเดียที่นายเอกนิติ เสนอ ซึ่งตนก็เห็นด้วย และสั่งให้ไปพิจารณาเพิ่มเติม แต่ต้องไม่ผิดรัฐธรรมนูญ กฎหมาย งบประมาณ และไม่เสียวินัยการเงินการคลัง พร้อมยอมรับว่าโครงการจะทันในกรอบ 4  เดือน และนายเอกนิติ ก็แจ้งมาว่างบประมาณมีดำเนินการ พร้อมเปรียบว่า กระเป๋าก็ยังมีเหมือนเดิม

เมื่อถามว่า นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทของรัฐบาลเพื่อไทย จะสานต่อหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า โครงการนี้เป็นประโยชน์แต่ต้องมาดูว่า บางโปรเจกต์ทำแล้วขาดทุน หรือต้องไปซื้อมาก็ไม่ได้ พร้อมย้ำว่าต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง และโครงการต้องอยู่รอดและพึ่งพาตัวเองได้

“ไม่ใช่ 20 บาท แล้วมานั่งหาส่วนต่างทุกปี ตั้งเป็นงบประมาณ มันไม่ใช่ หรือไปซื้อกิจการจากลงทุนมาก็ไม่ใช่ เพราะคนที่ลงทุนก็ต้องเสี่ยง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายอนุทิน กล่าวถึงปัญหาน้ำท่วม ที่ประชาชนสะท้อนว่า ต่างจังหวัด และ กทม. ยังท่วมซ้ำซาก ว่า ตอนนี้กระทรวงที่เกี่ยวข้องดำเนินการอยู่ โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย ที่จะต้องมีแผนเผชิญเหตุ โดยเราให้การสนับสนุน เน้นในเรื่องของการเยียวยา เพราะเวลาเราน้อย เรื่องนี้เป็นหลัก ส่วนการวางยุทธศาสตร์ต่างๆ เป็นเรื่องของหน่วยงานประจำที่เกี่ยวข้องที่จะต้องนำเสนอขึ้นมาให้กับรัฐบาล.