สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่ากลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่จัดการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ตามความริเริ่มของประธานาธิบดีลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ผู้นำบราซิล ซึ่งระบุว่า บริกส์จำเป็นต้องจัดการกับ “มาตรการฝ่ายเดียวที่เข้มข้นขึ้น”

กลุ่มบริกส์ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% ของจีดีพีโลก และเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสิ่งที่ผู้นำบราซิลเรียกว่า “ภาษีแบล็กเมล์” และการปฏิบัติทางการค้าที่ “ไม่ยุติธรรมและผิดกฎหมาย”

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เรียกร้องให้โลกยึดมั่นในระบบการค้าพหุภาคี ที่มีองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) และปฏิเสธลัทธิกีดกันทางการค้าทุกรูปแบบ ขณะที่ลูลากล่าวว่า ภาษีศุลกากรของสหรัฐกำลังกลายเป็น “เรื่องปกติ” ในฐานะเครื่องมือในการยึดครองตลาด และการแทรกแซงกิจการภายในประเทศ

นายสุพรหมณยัม ชัยศังกร รมว.การต่างประเทศของอินเดีย ชี้ว่า โลกต้องการการค้าที่ยั่งยืน ส่วนอุปสรรคที่เพิ่มขึ้น และธุรกรรมที่ซับซ้อน “อาจไม่ช่วยอะไร” ด้านประธานาธิบดีไซริล รามาโฟซา ผู้นำแอฟริกาใต้ กล่าวว่า มาตรการภาษีนำเข้าฝ่ายเดียวก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมกีดกันทางการค้า “ที่เป็นอันตราย” ต่อประเทศกำลังพัฒนา

นอกจากนั้น บราซิลยังใช้โอกาสนี้ประณามการเสริมกำลังทางทหารของสหรัฐในทะเลแคริบเบียน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิด “ความตึงเครียด”.

เครดิตภาพ : AFP