สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ว่าสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเนปาลออกแถลงการณ์ ว่าผู้ประท้วงจำนวนหนึ่งบุกเข้ามาภายในอาคาร และจุดไฟเผาอาคารหลักจนได้รับความเสียหาย
ความเคลื่นไหวดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังนายคัดกา ปราสาท ชาร์มา โอลี ยื่นหนังสือต่อนายราม จันทรา พูเดล ประธานาธิบดี เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความรับผิดชอบ หลังมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 19 ราย จากการประท้วงครั้งใหญ่ในหลายเมืองของเนปาล เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมาตรการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย แล้วหันไปเดินหน้าและเพิ่มความสำคัญกับการปราบปรามการทุจริต
Nepal’s PM KP Sharma Oli has resigned after violent anti-corruption protests, sparked by a controversial social media ban, left at least 19 people dead.
— Al Jazeera English (@AJEnglish) September 9, 2025
Protesters defied curfews, stormed Parliament, and set fire to the residences of the president and top ministers. pic.twitter.com/NTMQjsO54h
แม้ในภายหลังภาครัฐยอมผ่อนคลายกฎระเบียบดังกล่าว เพื่อบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ แต่การประท้วงและก่อความรุนแรงยังคงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่
Nepal’s parliament is on fire, marking a new beginning. #Nepal pic.twitter.com/nXbDgC7FG3
— trending Nepal (@trending_Nepal) September 9, 2025
อนึ่ง เนปาลปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบสหพันธ์สาธารณรัฐ เมื่อปี 2551 หลังผ่านพ้นสงครามกลางเมืองที่ยิดเยื้อนาวนาน 1 ทศวรรษ และการมีข้อตกลงสันติภาพ ซึ่งเปิดทางให้กองกำลังนิยมลัทธิเหมา หรือเหมาอิสต์เข้ามามีส่วนร่วมในรัฐบาล และการล้มเลิกสถาบันกษัตริย์
นับแต่นั้นมา เนปาลเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมาแล้วหลายคน และส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองสูงวัย ที่เป็นเครือข่ายเดียวกัน อีกทั้งยังมีวัฒนธรรมการต่อรองทางการเมือง ยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้กับภาคประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มคนหนุ่มสาว ว่ารัฐบาลขาดความเชื่อมโยงกับ “ความเป็นจริงของประเทศ” ซึ่งตอนนี้มีอัตราการว่างงานอยู่ที่ราว 10% และผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ( จีดีพี ) ต่อหัว อยู่ที่เพียง 1,447 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 45,789.99 บาท ) ตามข้อมูลของธนาคารโลก ( เวิลด์แบงก์ )..
เครดิตภาพ : AFP



