ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ เวลา 00.00 น. ของวันที่ 10 ก.ย. ตามเวลาประเทศไทย ที่เมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา Apple ได้เจัดงาน Apple Event เปิดตัว iPhone 17 รุ่นใหม่ ประกอบด้วย 4 รุ่นย่อย คือ iPhone 17 iPhone 17 Pro iPhone 17 Pro Max และไลน์อัปใหม่คือ iPhone Air
iPhone 17 Pro iPhone 17 Pro Max

ดีไซน์ใหม่สุดโดดเด่นที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วย A19 Pro ซึ่งเป็นชิปที่ทรงพลังและประหยัดพลังงานมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาสำหรับ iPhone ทั้งยังเป็นหัวใจสำคัญของระบบกล้องสุดล้ำ การเล่นเกมบนมือถือที่เหนือชั้นไปอีกขั้น และ Apple Intelligence อีกทั้งยังมาพร้อม Vapor Chamber ที่ออกแบบโดย Apple และเชื่อมติดด้วยเลเซอร์เข้ากับตัวเครื่องแบบอะลูมิเนียมชิ้นเดียวที่มีคุณสมบัตินำความร้อน ทำให้ iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max มีประสิทธิภาพดีที่สุดเท่าที่ Apple เคยมีมา
ในขณะที่แบตเตอรี่ก็ใช้งานได้นานขึ้นแบบก้าวกระโดดครั้งใหญ่ ต่อมาคือระบบกล้อง Fusion 48MP สามตัว ทั้งกล้องหลัก อัลตร้าไวด์ และเทเลโฟโต้แบบใหม่หมด ซึ่งเทียบเท่ากับการมีเลนส์ 8 ตัว รวมถึงการซูมคุณภาพระดับออปติคัลที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone ที่ 8 เท่า พร้อมด้วยกล้องหน้า 18MP Center Stage อันล้ำสมัยที่จะยกระดับการถ่ายเซลฟี่ไปอีกขั้น พร้อมด้วยคุณสมบัติด้านวิดีโอที่สร้างมาสำหรับผู้สร้างภาพยนตร์และคอนเทนต์ครีเอเตอร์
และถือเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น ProRes RAW, Apple Log 2 และ Genlock จึงสามารถใช้งาน iPhone ร่วมกับโปรดักชั่นทั้งเล็กและใหญ่ได้ราบรื่นไร้รอยต่อยิ่งขึ้น และทั้งสองรุ่นยังมีด้านหน้าแบบ Ceramic Shield 2 ที่ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่มี Ceramic Shield ปกป้องด้านหลังของ iPhone ด้วย

สำหรับวัสดุดีไซน์ใหม่แบบอะลูมิเนียมชิ้นเดียวปัดเงาได้รับการรังสรรค์ขึ้นจากโลหะผสมอะลูมิเนียมซีรีส์ 7000 น้ำหนักเบาเกรดเดียวกับที่ใช้ในอุตสาหกรรมอวกาศเพื่อประสิทธิภาพด้านความร้อนที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone โดยที่ด้านหลังมีส่วนที่ยกขึ้นเพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับส่วนประกอบภายใน และทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น ในขณะที่สายอากาศผสานรวมเข้ากับขอบรอบๆ ส่วนที่ยกขึ้นมาเพื่อสร้างระบบสายอากาศที่ทำงานได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone
ส่วนจอภาพ Super Retina XDR มาในขนาด 6.3 นิ้ว และ 6.9 นิ้ว2 และปกป้องด้วย Ceramic Shield 2 ซึ่งแข็งแกร่งกว่ากระจกบนสมาร์ทโฟนไหนๆ หรือกลาสเซรามิก พร้อมด้วยการเคลือบผิวแบบใหม่ที่ออกแบบโดย Apple ให้ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า และป้องกันการสะท้อนได้ดีขึ้นเพื่อช่วยลดแสงสะท้อน จอภาพที่สวยสดงดงามนี้ยังมาพร้อม ProMotion สูงสุด 120Hz, การแสดงผลแบบติดตลอด และความสว่างสูงสุดเฉพาะจุด 3,000 นิต เมื่ออยู่กลางแจ้ง ซึ่งถือว่าสูงสุดเท่าที่เคยมีมาบน iPhone และมีคอนทราสต์ขณะอยู่กลางแจ้งดีขึ้น 2 เท่า ทั้งยังเป็นครั้งแรกที่มี Ceramic Shield ปกป้องด้านหลังของตัวเครื่อง จึงสามารถทนการแตกร้าวได้ดีขึ้น 4 เท่า เมื่อเทียบกับกระจกด้านหลังของรุ่นก่อนๆ

ขณะที่ iOS 26 ช่วยยกระดับประสบการณ์ในการใช้งาน iPhone ให้ล้ำยิ่งขึ้นด้วยดีไซน์แบบใหม่ที่สวยงาม ความสามารถของ Apple Intelligence ที่ทรงพลัง และการปรับปรุงแอปที่ผู้ใช้ต้องใช้งานทุกวันให้มีประโยชน์มากขึ้น ซึ่งดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อม Liquid Glass มอบประสบการณ์ในการใช้งานแอปและระบบที่สื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกได้ดีขึ้นและเพลิดเพลินมากขึ้น ผู้ใช้จึงสามารถจดจ่อกับเนื้อหา โดยที่ iOS ยังคงให้ความรู้สึกคุ้นเคยในทันทีเมื่อใช้งาน และตอนนี้ Apple Intelligence สามารถแปลข้อความและเสียงให้ผู้ใช้ได้ในทุกที่ด้วยคุณสมบัติการแปลภาษาสด ซึ่งจะช่วยให้ผู้ใช้สื่อสารระหว่างภาษาต่างๆ ในแอปข้อความ, FaceTime และแอปโทรศัพท์5 ส่วนการอัปเดตระบบอัจฉริยะด้านภาพก็ทำให้ผู้ใช้สามารถถ่ายภาพหน้าจอ รวมถึงค้นหาหรือทำสิ่งต่างๆ กับสิ่งที่พวกเขาดูบนหน้าจอ iPhone อยู่ได้อย่างง่ายดาย
iPhone 17 Pro และ iPhone 17 Pro Max มีให้เลือกใน 3 สีใหม่ที่สวยงาม ทั้งสีน้ำเงินเข้ม สีส้มคอสมิก และสีเงิน ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 กันยายน และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 19 กันยายน
iPhone 17

iPhone 17 มาพร้อมกล้องหน้า Center Stage ใหม่ที่ยกระดับการถ่ายเซลฟี่ให้ล้ำไปอีกขั้น กล้องหลัก Fusion 48 MP อันทรงพลังพร้อมเทเลโฟโต้ 2 เท่า คุณภาพระดับออปติคัล และกล้องอัลตร้าไวด์ Fusion 48MP ใหม่ที่ช่วยให้ถ่ายภาพได้ในมุมกว้าง รวมถึงถ่ายภาพมาโครโดยเก็บรายละเอียดได้มากขึ้น ทั้งยังมีจอภาพ Super Retina XDR ขนาด 6.3 นิ้ว พร้อม ProMotion ที่ใหญ่ขึ้นและสว่างขึ้น ซึ่งช่วยให้เลื่อนดูอะไรได้ไหลลื่นสุดๆ เล่นเกมได้เต็มอิ่มสมจริง แถมยังมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
และ Ceramic Shield 2 ใหม่ ที่มีการเคลือบผิวแบบใหม่ที่ออกแบบโดย Apple ให้ทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่ารวมถึงช่วยลดแสงสะท้อน โดยทุกอย่างใน iPhone รุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยชิป A19 เจเนอเรชั่นล่าสุดเพื่อประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและอายุการใช้งานที่ยาวนาน

โดยความสามารถในการประหยัดพลังงานของชิป A19 และการจัดการพลังงานขั้นสูงของ iOS 26 ทำให้แบตเตอรี่สามารถใช้งานได้นานตลอดวัน และ ProMotion ก็ทำให้ iPhone 17 สามารถเล่นวิดีโอได้นานสูงสุด 30 ชั่วโมง โดยเล่นได้นานกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 8 ชั่วโมง ทั้งยังมีโหมดปรับการใช้พลังงานเองใน iOS 26 ที่จะเรียนรู้ว่าผู้ใชัมักจะใช้แบตเตอรี่มากน้อยแค่ไหน และคาดคะเนเมื่อแบตเตอรี่อาจจะหมด ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการประหยัดพลังงานแบบอัจฉริยะที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถใช้งาน iPhone ได้ตลอดวัน และ iPhone 17 ยังสามารถชาร์จได้ 50% ใน 20 นาทีด้วยอะแดปเตอร์แปลงไฟ USB-C แบบวัตต์สูงที่มีจำหน่าย อย่างอะแดปเตอร์แปลงไฟแบบไดนามิกของ Apple ขนาด 40 วัตต์ที่มีกำลังไฟสูงสุด 60 วัตต์
iPhone 17 จะวางจำหน่ายโดยมาพร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นที่ 256GB ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 2 เท่า และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูล 512GB ให้เลือก โดยมาใน 5 สีสันที่สวยงาม ได้แก่ สีดำ สีลาเวนเดอร์ สีฟ้าหมอก สีเขียวเสจ และสีขาว ผู้สนใจสามารถสั่งซื้อล่วงหน้าเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 กันยายน และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 19 กันยายน
iPhone Air

iPhone Air มาในดีไซน์ที่บางเบา ซึ่งเป็น iPhone ที่บางที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา ความบางเพียง 5.6 มม. และมีน้ำหนักเบาเหลือเชื่อ พร้อมด้วยประสิทธิภาพระดับโปร iPhone Air มาในดีไซน์แบบไทเทเนียมสุดล้ำที่เรียบหรูและน้ำหนักเบาแต่ยังคงแข็งแกร่ง พร้อมด้วยสถาปัตยกรรมภายในระดับนวัตกรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของประสบการณ์การใช้งาน iPhone ล่าสุด และด้านหลังของ iPhone Air ยังปกป้องด้วย Ceramic Shield ในขณะที่ด้านหน้าใช้ Ceramic Shield 2 ซึ่งทนการขีดข่วนได้ดีขึ้น 3 เท่า iPhone Air จึงทนทานยิ่งกว่า iPhone ก่อนหน้ารุ่นไหนๆ
นอกจากนี้ iPhone Air ยังมีจอภาพ Super Retina XDR ขนาด 6.5 นิ้ว พร้อมด้วย ProMotion สูงสุด 120Hz1 และยังเป็น iPhone รุ่นที่มีชิปที่ออกแบบโดย Apple มากที่สุดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น A19 Pro สุดแรง , N1 และ C1X จึงทำให้ iPhone Air เป็น iPhone ที่ประหยัดพลังงานมากที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมภายในที่ออกแบบขึ้นใหม่และการปรับแต่งซอฟต์แวร์อย่างลงตัว iPhone Air จึงมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานตลอดวัน ยิ่งกว่านั้นยังมีกล้องหลัก Fusion 48MP ที่ทรงพลังเทียบเท่าการมีเลนส์ 4 ตัว พร้อมด้วยคุณภาพด้านภาพที่เหนือชั้น และกล้องหน้า 18MP Center Stage อันล้ำสมัยที่จะยกระดับการถ่ายเซลฟี่ไปอีกขั้น

iPhone Air ถ่ายวิดีโอได้อย่างสวยงามน่าทึ่ง ด้วยความสามารถในการบันทึก Dolby Vision ระดับ 4K ที่ 60 fps พร้อมการรองรับโหมดแอ็คชั่น และผู้ใช้สามารถบันทึกวิดีโอพร้อมระบบเสียงเชิงมิติพื้นที่เพื่อรับฟังเสียงที่เต็มอิ่มสมจริง ในขณะที่การผสมเสียงจะช่วยให้ผู้ใช้สามารถปรับเสียงหลังจากบันทึกวิดีโอเพื่อเพิ่มระดับเสียงหรือลดเสียงรบกวนรอบข้างได้ ส่วนการลดเสียงก็จะช่วยลดเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการให้เหลือน้อยที่สุด
iPhone Air มาในดีไซน์ที่มีเฉพาะ eSIM เท่านั้นเพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ภายใน จึงทำให้ตัวเครื่องมีรูปทรงที่บางและเบาเหลือเชื่อ4 eSIM ใช้งานได้อย่างยืดหยุ่นขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น ทั้งยังเชื่อมต่อได้ราบรื่นไม่มีสะดุด เมื่อเปรียบเทียบกับซิมการ์ดจริงแบบเดิม
iPhone Air จะมีให้เลือก 4 สีสันสวยงาม ได้แก่ สีดำสเปซแบล็ค สีขาวปุยเมฆ สีทองอ่อน และสีสกายบลู พร้อมพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเริ่มต้นที่ 256GB รวมถึง 512GB และ 1TB สามารถสั่งซื้อล่วงหน้าเริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ 12 กันยายน และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 19 กันยายน

สรุปราคาและวันจอง และวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
Apple คาดว่าจะเปิดให้สั่งจองล่วงหน้าในวันศุกร์ที่ 12 กันยายนนี้ ก่อนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 19 กันยายน 68
iPhone 17 Pro
รุ่น 256 GB – ราคา 43,900 บาท
รุ่น 512 GB – ราคา 51,900 บาท
รุ่น 1 TB – ราคา 59,900 บาท
iPhone 17 Pro Max
รุ่น 256 GB – ราคา 48,900 บาท
รุ่น 512 GB – ราคา 56,900 บาท
รุ่น 1 TB – ราคา 64,900 บาท
รุ่น 2 TB – ราคา 80,900 บาท
iPhone 17
รุ่น 256 GB – ราคา 29,900 บาท
รุ่น 512 GB – ราคา 37,900 บาท
iPhone Air
รุ่น 256 GB – ราคา 39,900 บาท
รุ่น 512 GB – ราคา 47,900 บาท
รุ่น 1TB – ราคา 55,900 บาท



