สำนักข่าวซินหัวรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ว่า ผู้ส่งออกในเอเชียต้องแบกรับภาษีศุลกากรของสหรัฐประมาณหนึ่งในห้า ส่วนที่เหลือถูกส่งต่อไปยังกลุ่มผู้ซื้อ โดยมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนในแต่ละประเทศ


โนมูระระบุในรายงาน ว่าสิงคโปร์ซึ่งมีการผลิตขั้นสูงและการส่งออกมูลค่าสูงนั้น มีศักยภาพแบกรับต้นทุนมากกว่า ขณะที่กลุ่มประเทศแห่งอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แทบไม่สามารถแบกรับได้ ความแตกต่างดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า ผู้ผลิตขั้นสูงที่มีอำนาจกำหนดราคาสามารถแบกรับต้นทุนภาษีได้ ส่วนผู้ผลิตในภาคสินค้ามูลค่าต่ำกว่าขาดความยืดหยุ่นดังกล่าว


เมื่อพิจารณาภาพรวมทั่วโลก ผู้ส่งออกต้องแบกรับต้นทุนภาษีเกือบ 25% โดยอ้างอิงจากดัชนีราคานำเข้าของสหรัฐ และดัชนีราคาส่งออกของเอเชีย ระหว่างเดือน ม.ค.-ก.ค. ที่ผ่านมา


สำหรับแนวโน้มในอนาคต เอเชียกำลังเผชิญกับความท้าทายสองด้าน นั่นคือผู้ส่งออกจำเป็นต้องคงราคาสินค้าให้อยู่ในระดับต่ำเพื่อรักษาความสามารถการแข่งขันในสหรัฐ ขณะเดียวกัน ต้องต่อสู้กับค่าเงินในประเทศที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งทำให้ผู้ส่งออกต้องเลือกระหว่างการส่งต่อภาระต้นทุนที่สูงขึ้นให้ผู้ซื้อ เสี่ยงเสียส่วนแบ่งการตลาดในสหรัฐ หรือแบกรับต้นทุนเหล่านั้นไว้เองและส่งผลกระทบต่อผลกำไร.

ข้อมูล : XINHUA

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES