จากกรณี สส.พรรคประชาชน ออกมาให้ความเห็นว่ารัฐบาลควรเร่งผ่อนปรน แก้ปัญหาชายแดนไทย-เขมร โดยเฉพาะการเปิดด่านเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้กลับมาค้าขาย เพื่อบรรเทาปัญหาปากท้อง ตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปสอบถามประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดนด้าน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมี “จุดผ่อนปรนช่องสายตะกู” ขึ้นกับ ต.จันทบเพชร อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ พบว่าประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นมีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ที่จะมีการปิดหรือเปิดด่านชายแดน

โดย นายแทนทอง (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี ชาวบ้านพื้นที่ อ.บ้านกรวด เปิดเผยว่า ส่วนตัวมองว่า “ปิดด่านถาวร” เป็นเรื่องที่ควรทำ เนื่องจากเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วจะมีเพียงคนไทยไปเล่นการพนันที่บ่อนฝั่งกัมพูชา นอกจากนั้นไม่มีอะไรเลย แต่ถ้าจะเปิดก็ขอให้เปิดจุดใหญ่ ๆ เช่น สุรินทร์ หรือสระแก้ว ส่วนจุดเล็ก ๆ ให้ปิดถาวรไปเลยน่าจะดีที่สุด

ด้าน นางบังอร (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาว อ.บ้านกรวด กล่าวว่า ตอนนี้พวกตนได้รับผลกระทบอย่างหนัก เข้าไปกรีดยางไม่ได้เพราะทางการห้ามเข้าไปจุดล่อแหลม ทั้งที่เป็นผืนแผ่นดินไทย ไม่ได้เข้าไร่ยางมานานกว่า 2 เดือน ไม่มีรายได้จากการกรีดยาง จนไม่มีเงินใช้จ่ายในครัวเรือน ส่วนตัวไม่อยากให้เปิด ปิดตายได้ยิ่งดี คนไทยมีแต่ไปเล่นการพนัน แต่จุดนี้ยอมรับว่าเขมรฝั่งนี้ไม่ค่อยดื้อเท่ากับฝั่งบ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ส่วนหนึ่งก็มองว่าถ้าเปิดชาวบ้านก็จะมีรายได้เสริมบ้างจากการขับรถรับจ้าง กลุ่มค้าขายก็จะได้กลับมาค้าขายเหมือนเดิม ทั้งหมดเกิดจากผู้นำของเขมรไม่ใช่ชาวบ้านกัมพูชา.



