เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่กระทรวงคมนาคม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม พร้อมด้วยนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง และอำลาข้าราชการ เป็นการทำงานวันสุดท้ายที่กระทรวงคมนาคม โดยนายสุริยะ และนางมนพร ได้เข้าทำงานวันแรกที่กระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2566 อย่างไรก็ตาม นายสุริยะ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี ตนและ รมช.คมนาคม ได้ทุ่มเทความรู้ความสามารถ และทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้กระทรวงคมนาคมเป็นที่พึ่ง และทำประโยชน์ให้แก่ประชาชนได้ จะเห็นว่าในหลายเรื่องได้มีการจัดทำยุทธศาสตร์ และประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะระบบราง ที่มุ่งผลักดันให้เปลี่ยนโหมดการขนส่งจากทางถนนสู่ทางรางมากขึ้น หากมีการสานต่อไป ก็จะเกิดประโยชน์ และช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์

นายสุริยะ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังแก้ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนได้รับผลกระทบ อาทิ แก้ปัญหาความแออัดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) ที่เคยมีคิวยาวเหยียด ก็ได้ติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวก และประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อเพิ่มช่องทางเข้า-ออก ให้การเดินทางอย่างสะดวก รวดเร็ว ราบรื่นมากขึ้น ส่วนนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ไม่แน่ใจว่า รมว.คมนาคมคนใหม่จะดำเนินโครงการนี้ต่อไปหรือไม่ เป็นอำนาจการตัดสินใจของ รมว.คมนาคมคนใหม่ว่าจะเดินหน้านโยบายนี้ต่อไปอย่างไร ต้องเคารพการตัดสินใจของคนใหม่ เพราะเป็นผู้ที่จะมาดูในภาพรวมทั้งหมดอีกครั้ง

นายสุริยะ กล่าวต่อว่า เวลานี้สิ่งสำคัญที่ขอฝาก รมว.คมนาคมคนใหม่ อยากให้ช่วยกันผลักดันโครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2568 ตามที่ตนเคยมีนโยบายไว้ ถ้าทำได้สำเร็จจะทำให้ประชาชนสามารถเดินทางไปภาคใต้ได้สะดวก และปลอดภัย อย่างไรก็ตามในช่วงดำรงตำแหน่งกว่า 2 ปี ภูมิใจที่ได้ทำในสิ่งที่ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่นอกเหนือจากการผลักดันนโยบายหลัก อาทิ การขยายถนนจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร รวมถึงการติดตั้งสัญญาณจราจร เพื่อความปลอดภัย ซึ่งเมื่อครั้งที่ลงพื้นที่ในต่างจังหวัด มักจะได้รับข้อเรียกร้องจากชาวบ้าน นอกจากนี้ได้นำร่องโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วง ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และทำให้ประชาชนหันมาใช้บริการรถไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น

ด้านนางมนพร กล่าวว่า กฎหมายทั้ง 3 ฉบับที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ได้แก่ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม และ ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาวาระ 2 และ 3 ของวุฒิสภา จากการประสานงานเบื้องต้น ทางวุฒิสภาจะผลักดันกฎหมายนี้ให้แล้วเสร็จ แม้ว่ารัฐบาลชุดใหม่จะดำเนินการนโยบายนี้ต่อหรือไม่ก็ตาม ซึ่งหากกฎหมายทั้ง 3 ฉบับแล้วเสร็จ ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ก็สามารถนำกฎหมายเหล่านี้มาใช้ดำเนินนโยบายได้ อย่างไรก็ตามทุกนโยบายที่รัฐบาลชุดนี้ได้ผลักดัน ก็อยากจะให้เห็นผล และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในทุกมิติ อย่างไรก็ตามรถไฟฟ้า 20 บาท เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล หากเปรียบเสมือนมวย ตอนนี้ก็มาถึงมวยยก 4 แล้ว เหลือแค่ยก 5

นางมนพร กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังมีกฎหมายสำคัญที่ได้ผลักดันอย่างต่อเนื่อง เพื่อปลดล็อกปัญหาที่สะสมมานาน อาทิ ร่าง พ.ร.บ.การท่าเรือแห่งประเทศไทย ผ่านมา 71-72 ปี ไม่เคยได้รับการแก้ไข ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรับหลักการของวุฒิสภา คาดว่าไม่เกินสิ้นเดือน ก.ย. 2568 จะแล้วเสร็จ และเข้าสู่การพิจารณาวาระ 2-3 ของวุฒิสภา เมื่อกฎหมายประกาศใช้จะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานของการท่าเรือฯ ขณะเดียวกันยังมีร่าง พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC) และโครงการแลนด์บริดจ์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงคมนาคม ขอให้รัฐบาลใหม่เข้ามาดำเนินการต่อเนื่อง แต่ไม่แน่ใจว่าอายุรัฐบาล 4 เดือน จะสามารถผลักดันนโยบายนี้ต่อหรือไม่ เพราะมีเรื่องกระบวนการกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ที่อาจต้องใช้เวลา อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้อย่างน้อยก็ถือว่าในยุคของรัฐบาลชุดนี้ได้เริ่มต้นทำให้เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาแล้ว เหลือเพียงการผลักดันต่อและนำไปสู่การต่อยอดให้สำเร็จต่อไป.



