เมื่อวันที่ 11 ก.ย.นายพิเชฐ์ โพธิ์ภักดี รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้มอบหมายให้ตนประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการจัดทำแผนพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษากับต่างประเทศ พ.ศ. 2569 – 2573 ของศธ. ซึ่งศธ.ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาหลักสูตร การเรียนรู้ตลอดชีวิต และมีวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพการศึกษาไทยให้ทัดเทียมกับนานาชาติ รวมทั้งเสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในเวทีความร่วมมือด้านการศึกษาระดับภูมิภาคและระดับนานาชาติ สิ่งสำคัญคือ “การจัดทำกลยุทธ์เพื่อขับเคลื่อนแผนพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษากับต่างประเทศ

รองปลัดศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ที่ประชุมจึงได้จัดทำร่างแผนพัฒนาความร่วมมือด้านการศึกษากับต่างประเทศ พ.ศ. 2569 – 2573 ฉบับนี้ขึ้น เพราะมองว่าการที่จะพัฒนาการศึกษาให้เท่าทันประเทศอื่นได้นั้น จำเป็นต้องเรียนรู้และติดตามทิศทางการดำเนินงานของนานาประเทศ เพราะประเทศไทยก็เป็นส่วนหนึ่งของประชาคมโลก จึงต้องมีการเตรียมแผนเพื่อให้การศึกษาไทยก้าวทันโลกและสอดคล้องกับเจตจำนงขององค์การ UNESCO ซึ่งได้กำหนดแนวทางการศึกษาไว้ 4 ประเด็น คือ 1.การเรียนเพื่อรู้ สั่งสมและรักษาความรู้ที่ทันสมัย 2. การเรียนเพื่อนำไปปฏิบัติ สามารถทำได้จริง 3. การเรียนเพื่ออยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างสันติ และ4.การเรียนเพื่อค้นพบตนเอง สามารถประกอบอาชีพ มีรายได้ และ “เป็นพลเมืองโลกที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม ดังนั้นประเทศไทยจำเป็นต้องเรียนรู้การพัฒนาด้านการศึกษา เศรษฐกิจ และสังคมจากนานาประเทศ และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ครูต้องได้รับการพัฒนา

นายพิเชฐ กล่าวอีกว่า ดังนั้นประเทศไทยจึงต้องมีความร่วมมือกับต่างประเทศ โดยเราต้องกำหนดกลยุทธ์ ขึ้นมาเพื่อนำมาเป็นแนวปฏิบัติให้ไปในทิศทางเดียวกัน กลยุทธ์แรก คือการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างประเทศ เพื่อพัฒนากลยุทธ์ที่ 2 คือส่งเสริมการพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรการเรียนรู้ให้ทันสมัย ควบคู่กลยุทธ์ที่ 3 ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ในการศึกษา เพื่อนำไปสู่กลยุทธ์ที่ 4 คือการส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้มีความพร้อมสู่ความเป็นสากล และก้าวไปสู่กลยุทธ์ที่ 5 คือการขยายโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมความเข้าใจระหว่างประเทศ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีความสุข

กระทรวงศึกษาธิการ จำเป็นต้องร่วมมือกับทั้งหน่วยงานในสังกัดและหน่วยงานภายนอก เพื่อให้เกิดพลังการทำงานร่วมกันในการขับเคลื่อนแผนสู่การปฏิบัติ โดยต้องมีการวางแผนทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในแผนระยะสั้น คือการมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมของบุคลากร การส่งเสริมการฝึกอบรม ศึกษาดูงาน และการทำวิจัยทั้งในและต่างประเทศ ทั้งในกลุ่มประเทศอาเซียน ยุโรป และอเมริกา รวมถึงประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม และยังได้ร่วมมือกับกระทรวงอื่น ๆ อาทิ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)

“ความร่วมมือด้านการศึกษากับต่างประเทศ จึงเป็นดั่งการเปิดประตูในการสร้างโอกาสให้บุคลากรของประเทศ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้เรียนรู้ ได้พัฒนา ได้เพิ่มพูนทักษะ จากเข้าร่วมกิจกรรม ทั้งการศึกษาดูงาน การฝึกอบรม หรือการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ฯ เพื่อนำองค์ความรู้กลับมาพัฒนาการศึกษาไทยให้มีคุณภาพและมาตรฐานสูงขึ้น ตลอดจนเป็นการขยายเครือข่ายความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐในระดับสากล และเป็นการสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรพัฒนาตนเองมากยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “ส่งเสริมคน พัฒนาคน เพื่อให้คนมีศักยภาพ พัฒนางาน และนำแผนสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม” โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ “ทุกภาคส่วนได้รับการพัฒนาอย่างเท่าเทียม” เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาการศึกษาของประเทศให้ก้าวทันนานาอารยประเทศ” รองปลัดศธ.กล่าว