สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากเมืองกูบา ประเทศเอธิโอเปีย เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ว่า เขื่อนแกรนด์ เอธิโอเปียน เรอเนสซองซ์ หรือ “เขื่อนเกิร์ด” (GERD) ซึ่งตั้งอยู่บนลำธารสายหนึ่งของแม่น้ำไนล์ ถือเป็นโครงการระดับชาติที่มีขนาดใหญ่เป็นประวัติการณ์ และเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีที่หาได้ยาก ในประเทศที่แตกแยกจากความขัดแย้งภายในที่เกิดขึ้นอยู่


เขื่อนเกิร์ด ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่มูลค่า 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 127,000 ล้านบาท) มีความสูง 170 เมตร ทอดยาวเกือบ 2 กิโลเมตร ข้ามแม่น้ำบลูไนล์ใกล้ชายแดนซูดาน และเริ่มการก่อสร้างเมื่อปี 2554 ได้รับการออกแบบให้กักเก็บน้ำ 74,000 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมถึงผลิตไฟฟ้า 5,150 เมกะวัตต์ ซึ่งมากกว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันของเอธิโอเปียถึงสองเท่า
“เขื่อนเกิร์ดจะถูกจดจำในฐานะความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่สำหรับเอธิโอเปีย และคนผิวสีทุกคน” อาบีย์ กล่าวในพิธีเปิดเขื่อน ซึ่งมีผู้นำในภูมิภาคหลายคนเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็น ประธานาธิบดีวิลเลียม รูโต ผู้นำเคนยา และประธานาธิบดีฮัสซัน ชีค โมฮามุด ผู้นำโซมาเลีย
อย่างไรก็ตาม อียิปต์ ซึ่งต้องพึ่งพาน้ำจากแม่น้ำไนล์ถึง 97% ประณามโครงการนี้มาเป็นเวลานาน โดยประธานาธิบดีอับเดล ฟัตตาห์ อัล-ซิซี ผู้นำอียิปต์ เรียกเขื่อนเกิร์ดว่าเป็น “ภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านน้ำ”
ในจดหมายถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) อียิปต์อธิบายว่า การเปิดเขื่อนเกิร์ด ถือเป็น “มาตรการฝ่ายเดียว” ที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และให้คำมั่นว่าจะปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน
ขณะที่อาบีย์ ยืนกรานอีกครั้งในพิธีเปิดเขื่อนเกิร์ดว่า เขื่อนแห่งนี้ไม่ใช่ภัยคุกคาม และจะไม่ส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของกลุ่มประเทศปลายน้ำแต่อย่างใด.
เครดิตภาพ : AFP



