ทั้งนี้ชุมชนเกาะกลางเป็นชุมชนขนาดเล็กที่มีสภาพพื้นที่เป็นเกาะกลางคลองพระโขนง และเคยประสบเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่เมื่อปี 2552 ส่งผลให้ชาวบ้านกว่า 30 ครอบครัวไร้ที่อยู่อาศัย เหตุการณ์ดังกล่าวกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้คนในชุมชนตัดสินใจ ลุกขึ้นมาจัดการตัวเอง ไม่รอความช่วยเหลือจากใครเริ่มจากการฟื้นฟูที่อยู่อาศัย สู่การมุ่งจัดการสิ่งแวดล้อม จัดการปัญหาขยะอย่างจริงจัง โดยมี นางจุไรรัตน์ เครือพิมาย และนางผ่องศรี สอนคุ้ม เป็นแกนนำสำคัญ เริ่มรณรงค์ให้ชาวบ้านแยกขยะ แม้ในช่วงแรกจะถูกคัดค้านว่า ทำไม่ได้ หรือ ทำไปก็เท่านั้น แต่ทั้งคู่ใช้วิธี ทำให้เห็น พูด ซ้ำ ๆ และสร้างแรงจูงใจ จนค่อย ๆ เปลี่ยนทัศนคติของชุมชนได้สำเร็จ

การสนับสนุนจากภาคเอกชน โดยเฉพาะกลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) เป็นอีกแรงสำคัญที่ทำให้การจัดการขยะก้าวไปข้างหน้า ไม่ใช่เพียงการสนับสนุนเงิน แต่ยังมอบ “องค์ความรู้” และ “เครื่องมือ” เช่น เครื่องอัดขวดพลาสติก ที่ช่วยแก้ปัญหาพื้นที่จัดเก็บและเพิ่มมูลค่าขยะรีไซเคิล

ดาว ยังสนับสนุนการจัดตั้ง ศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะชุมชนเกาะกลางที่บริหารจัดการโดยคนในชุมชน รายได้จากการขายขยะถูกแบ่งเป็น 50% สำหรับค่าใช้จ่ายของศูนย์, 30% เป็นเงินทุนหมุนเวียน และอีก 20% คืนกลับสู่สังคมในรูปแบบกิจกรรมชุมชน

ปัจจุบัน ชาวบ้านกว่าครึ่งหนึ่งในชุมชนเข้าร่วมแยกขยะ ศูนย์ฯ รับซื้อขยะรีไซเคิลแทบทุกประเภท รวมถึงเศษอาหารที่นำไปทำปุ๋ย พร้อมระบบสะสมแต้มแลกของใช้จำเป็น รายได้เฉลี่ยจากการขายขยะอยู่ที่ประมาณ 300 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน บางครอบครัวมีรายได้จากการเก็บขยะสูงถึง 2,000 บาทต่อเดือนและเมื่อรวมทั้งชุมชนสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนปีละนับแสนบาท นอกจากนี้ โครงการยังขยายผลไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เช่น ใต้ทางด่วนคลองเตย ที่มีครัวเรือนเข้าร่วมเพิ่มขึ้นกว่า 20 หลัง

บทเรียนความสำเร็จของชุมชนเกาะกลางสะท้อนว่า พลังของคนตัวเล็ก ๆ สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงใหญ่ได้จริง ขยะไม่ใช่เพียงปัญหาสิ่งแวดล้อม แต่คือโอกาสสร้างเศรษฐกิจหมุนเวียน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิต พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้สังคมไทยหันมาเห็นคุณค่าของ ขยะ และร่วมกันขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม.