กรณี น.ส.ภัทราวดี (สงวนนามสกุล) นักร้องลูกทุ่ง ผู้เสียหาย เดินทางเข้าลงบันทึกประจำวันกับ ว่าที่ ร.ต.ท.เอกชสิษฐ์ มีสุข รอง สว.(สอบสวน) สน.สุทธิสาร อ้างว่าถูกนายปัญญา ยิ้มอำไพ หรือ นายเก่ง ลายพราง อินฟลูเอ็นเซอร์ มีท่าทีผิดปกติ เกรงว่าจะได้รับอันตราย หลังไปกินข้าวด้วยกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในซอยรัชดาซอย 7 แขวงและเขตดินแดง กทม. และถูกชักชวนไปที่บ้าน ก่อนหลบหนีออกมาจากบ้านนายเก่ง ได้นั่งแท็กซี่กลับที่พัก กลับถูกนายเก่ง ติดตามมาถึงที่พัก จึงเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย กลัวว่านายเก่ง ลายพราง จะเข้าทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินของผู้เสียหาย เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ (6 ก.ย.) ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวให้ทราบนั้น
สาวเข้าแจ้งความอินฟลูฯดัง “เก่ง ลายพราง”อ้างลวงไปห้องหวังขืนใจ
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 ก.ย. พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวว่า หลังจากที่เมื่อวานนี้ ทางคณะพนักงานสอบสวนและฝ่ายสืบสวน สน.ห้วยขวาง ได้มีการประชุมพิจารณาร่วมกัน จึงมีการลงความเห็นว่าสำนวนคดีนี้ จะต้องอยู่ในความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร จึงได้มีการทำหนังสือไปให้ทาง สน.สุทธิสาร ดำเนินการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
สืบเนื่องจากการสอบสวนของพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ปรากฎข้อเท็จจริงว่า เหตุเกิดขึ้นเริ่มจากร้านไก่ย่าง รัชดาซอย 7 ในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง จากนั้นต่อเนื่องไปยังจุดที่ 2 คือ บ้านนายเก่ง ลายพราง อยู่ในพื้นที่ห้วยขวางเช่นกัน หลังจากนั้นผู้เสียหายหนีออกจากบ้านหลังดังกล่าวโดยขึ้นรถโดยสารโบลท์ ปรากฎว่านายเก่ง ลายพราง ขึ้นรถติดตามไปที่รถโบลท์ ถึงถนนรัชดาภิเษก และสั่งให้รถโบลท์หยุด ก่อนขึ้นรถโบลท์นั่งไปกับผู้เสียหายจนถึงคอนโด ซึ่งเป็นพื้นที่ของ สน.สุทธิสาร โดยจุดดังกล่าวเป็นจุดที่นายเก่งลายพราง มีพฤติกรรม ข่มขู่ ตั้งแต่ชั้นล่างคอนโด และตามขึ้นไปบนห้องพักผู้เสียหาย จากนั้นผู้เสียหายได้โทรแจ้งตำรวจ 191 โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร ก็ได้ขึ้นไประงับเหตุเข้าช่วยเหลือ ก่อนจะพาเข้าไปพบกับพนักงานสอบสวนที่ สน.สุทธิสาร
ผกก.สน.ห้วยขวาง กล่าวอีกว่า จากการสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด แบ่งเป็นผู้เสียหาย 1 ปาก และพยานผู้เกี่ยวข้องอีก 4 ปาก พบข้อเท็จจริงว่าเหตุเกิดตั้งแต่ในพื้นที่ สน.ห้วยขวาง ไปจนถึง สน.สุทธิสาร ซึ่งตามกฎหมาย ที่ยังไม่สามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 19 วรรค 2 ข ระบุว่า พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ท้องที่ที่พบการกระทำความผิดก่อน นั่นหมายถึง สน.สุทธิสาร ที่ได้รับแจ้งเหตุ และมีการลงประจำวันไว้ที่ สน.สุทธิสาร เป็นเหตุให้ทาง สน.ห้วยขวาง ต้องส่งสำนวนที่ได้รวบรวมมาทั้งหมดไปให้ทาง สน.สุทธิสาร เพื่อให้ดำเนินการสอบสวนและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
สำหรับพยานหลักฐานที่ สน.ห้วยขวาง รวบรวมไว้ พบการกระทำที่อาจเข้าข่าย 4 ข้อหา ได้แก่ กระทำอนาจาร, หน่วงเหนี่ยวกักขัง, ข่มขืนใจผู้อื่น และข่มขู่ทำให้ผู้อื่นตกใจกลัว อย่างไรก็ตาม การพิจารณาความสมบูรณ์ของสำนวนและความเห็นทางกฎหมายขั้นสุดท้ายจะเป็นดุลยพินิจของพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ที่จะพิจารณาว่าต้องมีการสืบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมหรือไม่.



