นาย ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า เปิดเผยว่า ปัจจุบันไทยยังไม่มีกฎหมาย กำกับดูแล แพลตฟอร์ม โอทีที (Over-The-Top) ในประเทศไทย หรือ บริการเนื้อหาผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งที่ผ่านมาทางเอ็ตด้า ได้มีการหารือกับทางสำนักงาน กสทช. เพื่อหาแนวทางกำกับดูแลที่ชัดเจนอย่างต่อเนื่อง โดยเอ็ตด้าเตรียมเสนอกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เพื่อ การแก้ไขกฎหมาย พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ภายในเดือน ต.ค.68 นี้ ให้สามารถกำกับดูแล เนื้อหาของโอทีทีได้ ซึ่งการดูแลเนื้อหา จะเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. คอมพ์ เป็นหน้าที่ของดีอี ขณะที่ สำนักงาน กสทช. จะมีหน้าที่ กำกับดูแลเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต และคลื่นความถี่ ซึ่งต้องมีการปรับแก้ในบางมาตรา เพื่อให้สามารถควบคุมแพลตฟอร์ม OTT ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้กรอบการแข่งขันที่เป็นธรรมและเป็นกลาง
“ ที่ผ่านมา เอ็ตด้า ได้ศึกษากฎหมายการกับกับดูแลจากประเทศต่าง เช่น สิงคโปร์, สหภาพยุโรป, ออสเตรเลีย และแคนาดา เพื่อใช้เป็นแนวทางในการร่างกฎหมาย โดยหลักการแล้ว เนื้อหาบนแพลตฟอร์ม โอทีทีจะต้องมีการจำแนกประเภท เช่น เนื้อหาที่ต้องจำกัดอายุ, เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือความมั่นคง และเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามการกำกับดูแลก็ไม่ใช้เรื่องง่าย เพราะมีความเกี่ยวข้องกับเรื่อง การค้าและการเมืองระหว่างประเทศด้วย เพราะส่วนใหญ่แพลตฟอร์มเหล่านี้เจ้าของบริษัทผู้พัฒนาจะมาจากประเทศมหาอำนาจ จึงเป็นประเด็นใหญ่ที่รัฐบาลก็แผนดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง”
นาย ชัยชนะ กล่าวต่อว่า ปัจจุบัน เอ็ตด้า เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทกำกับดูแลธุรกิจบริการดิจิทัล รวมถึงผู้ให้บริการแพลตฟอร์มและผู้ให้บริการ ดิจิทัลไอดี ตามกฎหมายดิจิทัลแพลฟอร์ม เซอร์วิส หรือ ดีพีเอส ที่กำหนดให้แพลตฟอร์มต้องแจ้งข้อมูลธุรกิจและยืนยันตัวตนก่อนให้บริการ รวมถึงมีมาตรการดูแลและชดเชยผู้ใช้บริการตามกฎหมาย โดยมีมีแพลตฟอร์มจำนวน 1,925 รายที่แจ้งข้อมูลธุรกิจกับ เอ็ตด้า แล้ว อย่างไรก็ตามก็ยอมรับว่า แพลตฟอร์ม โอทีที ยอดนิยมบางรายอย่าง เน็ตฟลิกซ์ และอ้ายฉีอี้ ยังไม่ได้แจ้งข้อมูลในฐานะธุรกิจภายใต้กฎหมายนี้



