สำนักข่าวท้องถิ่นของจีนรายงานกรณีที่เป็นอุทาหรณ์ให้พ่อแม่และเด็กนักเรียน เมื่อครอบครัวต้องส่งตัวเด็กชายวัย 11 ขวบคนหนึ่งเข้าโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนเพื่อรักษาอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเขา หลังจากที่เด็กคนนี้ใช้เวลาเกือบทั้งวันเพื่อทำการบ้านปิดเทอมให้เสร็จ
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา เด็กชายซึ่งรายงานข่าวระบุว่าชื่อ “เหลียงเหลียง” จากเมืองฉางซา มณฑลหูหนานของจีน ล้มป่วยอย่างรุนแรงหลังจากที่เขาเร่งทำการบ้านปิดเทอมช่วงฤดูร้อนให้เสร็จ ตั้งแต่เวลา 08.00 น. จนกระทั่งถึงเวลาประมาณ 22.00 น. โดยไม่มีการหยุดพัก
พอถึงเวลาประมาณ 23.00 น. เด็กชายที่เจอแรงกดดันจากพ่อแม่ให้เร่งทำการบ้าน เขาก็เริ่มมีอาการกระวนกระวาย หายใจถี่ วิงเวียนศีรษะ ปวดศีรษะและรู้สึกชาตามแขนขา พ่อแม่ของเด็กชายจึงรีบพาลูกไปโรงพยาบาล
ทีมแพทย์วินิจฉัยได้อย่างรวดเร็วว่าระบบทางเดินหายใจของเด็กชายมีภาวะผิดปกติที่เกิดจากภาวะหายใจเกินหรือหายใจเร็วเกินไป (Hyperventilation) มักเกิดเมื่อผู้ป่วยเกิดอารมณ์กระวนกระวาย วิตกกังวลหรือเครียด
หลังจากให้ผู้ป่วยตัวน้อยสวมหน้ากากช่วยหายใจและแนะนำวิธีควบคุมจังหวะการหายใจ อาการของเหลียงเหลียงก็ค่อยๆ ดีขึ้น
ภาวะหายใจเกินนี้อาจมีอาการทางกายอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาการแน่นหน้าอก วิงเวียนศีรษะ ใจสั่น มือเท้าชา ริมฝีปากชาหรือชาทั่วร่างกาย ในกรณีที่รุนแรงอาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อแข็งเกร็งทั่วร่างกาย นิ้วมือมีลักษณะงองุ้มคล้าย “กรงเล็บไก่”
ตามข้อมูลจากโรงพยาบาลกลางฉางซา แผนกฉุกเฉินสำหรับเด็กของโรงพยาบาลมีวัยรุ่นมากกว่า 30 คนที่มีอาการคล้ายคลึงกันในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่าเมื่อเทียบกับเดือนอื่นๆ ก่อนหน้านั้น
แม้ว่าแรงกดดันเรื่องการเรียนจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้ป่วยเป็นโรคนี้ได้ แต่ความกระวนกระวายทางอารมณ์ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดอาการนี้ นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่นๆ ด้วย เช่น การทะเลาะเบาะแว้ง ความวิตกกังวลจากการสอบ ความตกใจที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หรือการใช้โทรศัพท์มือถือมากหรือนานเกินไป
จางเสี่ยวฝอ ผู้อำนวยการแผนกกุมารเวชศาสตร์ที่โรงพยาบาลกลางฉางซา กล่าวว่า ในกรณีที่อาการรุนแรง ภาวะดังกล่าวอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้
ผอ.จางแนะนำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อทำให้ผู้ป่วยสงบลงโดยใช้วิธีง่ายๆ คือช่วยปลอบให้ผู้ป่วยสงบลง ค่อยๆ หายใจเข้าและออกเป็นจังหวะในลักษณะเป่าลมใส่ถุงกระดาษหรือถุงพลาสติก
เมื่อเรื่องราวของเหลียงเหลียงแพร่กระจายไปบนโซเชียลมีเดีย ชาวเน็ตของประเทศจีนก็ร่วมแสดงความคิดเห็นและแบ่งปันประสบการณ์ “การทำการบ้านปิดเทอม” กันอย่างกว้างขวาง
ผู้ใช้โซเชียลมีเดียคนหนึ่งกล่าวว่า: “พูดตามตรง ถ้าเด็กรู้สึกกดดันแต่เนิ่นๆ สักหน่อย บางทีอาจจะไม่ได้ต้องมาเร่งทำการบ้านในนาทีสุดท้าย เด็กที่ฉลาดมักจะทำการบ้านเสร็จก่อนเสมอ”
ชาวเน็ตอีกคนหนึ่งกล่าวว่า: “ฉันยังจำสมัยเรียนได้ดี ฉันอัดทำการบ้านทั้งหมดให้เสร็จในเวลาแค่สามวัน ฉันเขียนเรียงความเจ็ดฉบับในวันเดียวและทำสมุดแบบฝึกหัดช่วงปิดเทอมเสร็จไปครึ่งหนึ่งในวันถัดไป เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำจริง ๆ”
“ประสบการณ์ของเด็กคนนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ทรงพลังว่า การบริหารจัดการเวลาสำคัญแค่ไหน” ชาวเน็ตรายที่สามกล่าว
ที่มา : scmp.com
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



