นาย ฐกรฐ์ กาญจนากร ประธานกรรมการ บริษัท จำกัด ผู้นำเข้าอุปกรณ์การแพทย์ และเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดศัลยกรรมความงามและหัตถการความงามในไทยในช่วง 6 ปีจากนี้ (ปี68-73) คาดว่าจะเติบโตได้อีก 16.9% จากปี67 ที่ผ่านมามูลค่าอยู่ที่ 2,109.1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 67,490 ล้านบาท เนื่องจากคนไทยยังใส่ใจเรื่องความสวยความงาม แม้ปีนี้เศรษฐกิจและกำลังซื้อชะลอตัวทำให้มูลค่าตลาดปรับลดลงเล็กน้อย แต่โดยรวมยังถือว่าเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากราคาที่หลากหลายราคาทำให้เข้าถึงได้ง่ายมากขึ้น
ขณะที่เทรนด์ศัลยกรรมและหัตถการความงามปีนี้คอลลาเจนแบบฉีดผิวยังมาแรงที่สุด เพราะคนไทยไม่สะดวกแก่ อยากผิวสวย อ่อนวัย และเห็นผลทันทีโดยเฉพาะผลิตภัณฑ์จากประเทศเกาหลียังได้รับความนิยมมากที่สุด ในขณะที่เทรนด์ด้านศัลยกรรมปีนี้เริ่มเปลี่ยนจากหน้าเกาหลีไปสู้หน้าตาเหมือนชาวจีนจากกระแสซีรีย์จีนในไทยที่มีการเติบโตในปัจจุบัน และเริ่มมีเอเย่นต์เข้ามาดึงลูกค้าชาวไทยไปทัวร์ศัลยกรรมไปจีนเพิ่มมากขึ้น

“ปัจจุบันจึงมีคนไทยที่เข้าไปทำศัลยกรรมในประเทศจีนถึง 15,000 คน สัดส่วน 0.4% เติบโตปีละ 2% ขณะที่ในเกาหลีมีจำนวน 103,000 คน สัดส่วน 2.8% เติบโตปีละ 5-8% และที่ใช้บริการในไทย 3.5 ล้านคน สัดส่วน 97% เติบโต 10-18%”
อย่างไรก็ตาม การใช้บริการในประเทศไทยเริ่มมีอัตราการเติบโตมากขึ้น เนื่องจากแพทย์คนไทยมีฝีมือทัดเทียมแพทย์ที่มีชื่อเสียงในหลายประเทศ หลังมีการเข้าไปศึกษาในต่างประเทศและเข้ารับการอบรมให้ความรู้ เช่นเดียวกับ ล่าสุด แบรนด์ BTXA ผู้ผลิตโบท็อกสัญชาติฮ่องกงที่มี เอวา ฟาร์มา เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในไทย จัดงาน BTXA 2025 Global Conference ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมต่อแพทย์ทั่วโลกที่ใช้ BTXA ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน

สำหรับงานดังกล่าว จัดขึ้นภายใต้ธีม “Under the Same Sky” ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงความรู้และเทคนิคการใช้ Botulinum Toxin Type A ในการรักษา โดยเฉพาะในเคสจริงจากทั่วโลก โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญกว่า 50 ประเทศ มีจำนวนผู้ร่วมประชุม 140 ท่านเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และความรู้ในการใช้ BTXAซึ่งเป็นโบทูลินั่มท็อกซินคุณภาพสูงที่ผลิตจากประเทศฮ่องกง ด้วยมาตรฐานอเมริกา โดยคาดว่าจะช่วยให้แพทย์ไทยรูปจักแบรนด์ดังกล่าวและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น



