เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ว่าที่ร้อยตรีธนุ วงษ์จินดา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมว.ศึกษาธิการ ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ปรับเกณฑ์การมีและเลื่อนวิทยฐานะใหม่ โดยยกเลิกการใช้หลักเกณฑ์กลางเพียงแบบเดียว แต่จะพัฒนาเกณฑ์เฉพาะกลุ่มให้เหมาะสมกับลักษณะงาน รวมถึงผู้ประเมินก็ต้องเป็นผู้มีความเข้าใจในแต่ละด้าน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ครูพัฒนาตนเองได้ตรงจุด ซึ่งเกณฑจัดทำวิทยฐานะจึงไม่ควรยึดหลักเกณฑ์กลาง แต่ควรแยกหลักเกณฑ์ให้สอดคล้องกับครูแต่ละกลุ่ม  โดยต้องเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ผู้ที่มาประเมินผลงานของผู้ที่จะได้มีและเลื่อนวิทยฐานะนั้นจะต้องเป็นผู้ที่เข้าใจงานในแต่ละด้านด้วย  เพื่อให้เกิดแรงจูงใจสำหรับครูที่ขอมีและเลื่อนวิทยฐานะเป็นตามหลักเกณฑ์ที่ควรจะเป็นมากขึ้น

เลขาธิการกพฐ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ในส่วนของสพฐ.ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการดังกล่าว โดยขณะนี้ได้จัดส่งรายชื่อกรรมการที่จะมาทำหน้าที่ประเมินผลงานของผู้ที่จะได้มีและเลื่อนวิทยฐานะไปยังก.ค.ศ.เรียบร้อยแล้ว  โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประเมินวิทยฐานเชี่ยวชาญ เพราะต่อไปการประเมินผลงานผู้บริหารเขตพื้นที่ หรือผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อให้ผู้ถูกประเมินเหล่านี้ได้รับการประเมินอย่างตรงจุด เพราะเมื่อได้ผู้ประเมินผลงานถูกกลุ่มเป้าหมายมีความเข้าใจผลงานของโรงเรียนและเขตพื้นที่ก็จะทำให้การประเมินผลงานดังกล่าวมีความเป็นธรรม และไม่คลาดเคลื่อน  ซึ่งหากไม่ได้ใช้ผู้ประเมินจากสายงานตรงตามกลุ่มงานนั้นๆก็ถือว่าการประเมินผลงานอาจไม่ตรงเป้าหมายได้ เนื่องจากผู้ประเมินผลงานวิทยฐานะไม่ได้มีความรู้ความเข้าใจกับกลุ่มงานนั้นๆ  สำหรับการคัดเลือกกรรมการผู้ประเมินผลงานวิทยฐานะสพฐ.ได้คัดเลือกจากเขตพื้นที่ 245 เขตเสนอชื่อผู้ประเมินให้ก.ค.ศ.ดำเนินการคัดเลือก เพราะการประเมินตำแหน่งไหนควรได้ผู้มีประสบการณ์ด้านๆนั้นมาประเมินผลงาน 

“ไม่ต้องกังวลว่ากรรมการที่เข้ามาประเมินผลงานจะมีการช่วยเหลือให้คะแนนประเมินผลงานผ่านได้ง่ายขึ้น หรือช่วยเหลือพรรคพวกเดียวกันเอง เพราะการประเมินผลงานวิทยฐานะ มีความเป็นธรรม เนื่องจากจะมีกรรมการประเมิน 3 คน และกรรมการที่มาจากเขตพื้นก็เป็นแค่หนึ่งในสามของกรรมการชุดนั้นๆ อีกทั้งยังมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านอื่นเข้ามาร่วมประเมินด้วย” ว่าที่ร้อยตรีธนุ กล่าว