เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมด้วย ต้นอ้อ ประธานมูลนิธิเป็นหนึ่ง ได้นำประชาชนผู้เสียหายจากการถูกอายัดบัญชีธนาคาร เนื่องจากมีเส้นเงินเกี่ยวโยงกับบัญชีม้า ทั้งที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกง หรือ หลอกลวง แต่กลับถูกอายัดเงินในบัญชีธนาคาร นาน 7 เดือน ยังไม่ได้รับการปลดล็อกบัญชี ทำให้เกิดความเสียหายต่อการทำธุรกรรมทางการเงิน
นายแทนคุณ และต้นอ้อ เป็นหนึ่ง ยังได้ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เรื่องขอให้ทบทวนมาตรการอายัดบัญชีและจัดการบัญชีม้า โดยสนับสนุนการอายัดในส่วนที่เป็นเฉพาะยอดเงินโอนของบัญชีต้องสงสัยเป็นบัญชีม้าเท่านั้น เพื่อแยกบัญชีของผู้บริสุทธิ์ที่ทำงานโดยซื่อสัตย์สุจริต ไม่ได้รับผลกระทบ และขอให้มีความละเอียดมากขึ้น หรืออาจจะมีการกำหนดวงเงินขั้นต่ำในการเริ่มต้นอายัด เช่น เกินกว่า 50,000 บาทขึ้นไปถึงอายัด เป็นต้น
ผู้เสียหายหญิงรายหนึ่งซึ่งประกอบอาชีพธุรกิจร้านเสริมสวย กล่าวว่า เมื่อ 7 เดือนก่อน ได้รับโอนเงินจากลูกค้าจำนวน 1,200 บาท หลังจากนั้นกลับถูกธนาคารอายัดเงินในบัญชีกว่า 100,000 บาท ซึ่งมารู้ตัวคือวันที่จะต้องไปจ่ายค่าเทอมให้ลูก เมื่อสอบถามไปที่ธนาคารจึงทราบว่าถูกอายัดบัญชี เพราะมีส่วนเชื่อมโยงกับการรับเงินจากบัญชีม้า ซึ่งตนเองยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และที่ผ่านมามีการติดตามเรื่องมาตลอด 7 เดือน แต่ยังไม่ได้รับการถอนอายัดบัญชี ทำให้ได้รับความเดือดร้อน ไม่สามารถทำธุรกรรมทางการเงินได้
ส่วนผู้เสียหายหญิงอีกรายที่เป็นไรเดอร์ ให้ข้อมูลว่ารับงานจากลูกค้าคนหนึ่งเป็นประจำ ซึ่งลูกค้าจะโอนเงินเข้าบัญชีตนเองเพื่อให้ถอน แล้วนำไปจ่ายเป็นค่าสินค้า และมีอยู่ครั้งหนึ่งได้รับการโอนเงินจำนวน 100,000 บาท ซึ่งลูกค้าคนดังกล่าวแจ้งว่าให้นำไปจ่ายเป็นค่าสินค้าและบริการตามปกติ ซึ่งตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะรับงานกันมาตลอด และบางครั้งยอดโอนเงินมากกว่า 100,000 บาทด้วยซ้ำ จนกระทั่ง 4-5 เดือน หลังจากรับการโอนเงินยอดดังกล่าว ทำให้ตัวเองถูกอายัดบัญชีและไม่สามารถใช้บัญชีธนาคารได้
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้รับเรื่องไว้เพื่อนำเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาตามขั้นตอนต่อไป.



