คุณจันดอส ริสคูลอฟ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตคาซัคสถาน ประจำประเทศไทย เป็นผู้กล่าวแถลงการณ์ของประธานาธิบดีโทคาเยฟ ณ วันที่ 8 ก.ย. 2568 ซึ่งประกอบด้วยรายละเอียดนโยบายและวาระสำคัญ ที่ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ

คุณจันดอส ริสคูลอฟ อุปทูตรักษาการ สถานเอกอัครราชทูตคาซัคสถาน ประจำประเทศไทย

รัฐบาลอัสตานากำหนดเป้าหมายที่ทะเยอทะยาน ในการเปลี่ยนคาซัคสถานให้กลายเป็น “ประเทศดิจิทัลเต็มรูปแบบ” ภายในเวลา 3 ปี โดยการปฏิรูปจะดำเนินไปพร้อมกับการทำให้ภาคส่วนธนาคารทันสมัย และคาซัคสถานขอเชิญชวนประเทศไทย ซึ่งมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านการเงินดิจิทัล แบ่งปันประสบการณ์ และร่วมพัฒนาแพลตฟอร์มธนาคารออนไลน์ บล็อกเชน เทคโนโลยี และการชำระเงินแบบดิจิทัลข้ามพรมแดน

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การปรับปรุงเศรษฐกิจให้ทันสมัย และการกระจายความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ซึ่งคาซัคสถานกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดของรูปแบบการจัดหาวัตถุดิบ และให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูง โดยหนึ่งในแนวทางสำคัญคือ การพัฒนาแร่ธาตุหายากที่จำเป็นต่อแบตเตอรี่ เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ โทรคมนาคม และอุปกรณ์ทางการแพทย์ นับเป็นโอกาสสำหรับประเทศไทยที่จะลงทุนในโครงการร่วม และบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน

สำหรับการท่องเที่ยว คาซัคสถานมองว่าภาคส่วนดังกล่าวเป็นปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ และเสนอการยกเว้นวีซ่าเป็นเวลา 30 วันสำหรับชาวไทย พร้อมกับเที่ยวบินใหม่ของสายการบินไทยแอร์เอเชีย ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือน ธ.ค. นี้

ในนโยบายต่างประเทศ คาซัคสถานยังคงมุ่งมั่นในแนวทางหลายมิติ โดยเสริมสร้างความสัมพันธ์กับจีน รัสเซีย ตุรกี สหภาพยุโรป (อียู) สหรัฐ ประเทศเพื่อนบ้านในเอเชียกลาง และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย ซึ่งคาซัคสถานยกย่องความสัมพันธ์ที่ยาวนานกับประเทศไทย และมองเห็นศักยภาพอันยิ่งใหญ่ในการยกระดับความสัมพันธ์

นอกจากนี้ แถลงการณ์ของประธานาธิบดีโทคาเยฟ ยังระบุถึงประเด็นอื่น ๆ เช่น พลังงาน สภาพอากาศ การบริหารจัดการน้ำ เกษตรกรรม และการดูแลสุขภาพ

ท่านอุปทูตกล่าวทิ้งท้ายว่า แถลงการณ์ฉบับนี้ไม่ได้เป็นเพียงแผนงานการปฏิรูปภายในประเทศ แต่ยังเป็นวิสัยทัศน์เชิงกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงกระแสโลก และสร้างโอกาสใหม่สำหรับความร่วมมือกับพันธมิตรระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับประเทศไทย และทวีปเอเชีย

“สถานเอกอัครราชทูตคาซัคสถาน ประจำประเทศไทย เชื่อมั่นว่าการทำงานร่วมกันในประเด็นเหล่านี้ สามารถเสริมสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ของพวกเรา สร้างโอกาสใหม่สำหรับธุรกิจ แวดวงวิชาการ และวัฒนธรรม รวมถึงสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วภูมิภาคเอเชีย”

หลังจากนั้น คุณธณดิฐ ชิตอรุณ เจ้าหน้าที่ประสานงาน สถานเอกอัครราชทูตคาซัคสถาน ประจำประเทศไทย กล่าวสรุปใจความสำคัญของแถลงการณ์ พร้อมกับเสริมถึงการสร้างเมืองอาลาเทา ซึ่งเป็นโครงการใหญ่ของคาซัคสถาน ที่จะประกอบด้วย “ดิจิทัลพาร์ค” และมหาวิทยาลัยแห่งใหม่ โดยหวังว่าจะเป็นช่องทางสู่ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยของประเทศไทย ในการพัฒนาโครงการดังกล่าว และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)

ขณะที่ คุณพีระพล พิภวากร ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัท วัน วอลเล็ท จำกัด แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแถลงการณ์ว่า โครงการริเริ่มของประธานาธิบดีโทคาเยฟ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า คาซัคสถานกำลังวางตำแหน่งตนเองให้เป็นเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหลัก ซึ่งเอไอ ฟินเทค หรือเทคโนโลยีการเงิน และสินทรัพย์ดิจิทัล จะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญ

ทั้งนี้ งานเสวนายังนำเสนอมุมมองของนักธุรกิจ และการลงทุนในคาซัคสถาน โดยคุณอัสเซล เบคบาเยวา ซีอีโอของบริษัท คาซัค ไทย อัลไลแอนซ์ จำกัด เป็นผู้ให้ข้อมูลและอธิบายเหตุผลอย่างละเอียด สำหรับการตัดสินใจลงทุนในคาซัคสถาน.

เครดิตภาพ : AFP