เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 69 ที่อาคารอนาคตใหม่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงความเคลื่อนไหวของนายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชน. ที่หายหน้าไปหลายวัน หลังจากมีชื่อเป็นผู้ต้องสงสัยในคดี Forex ว่า คดีนี้มีโอกาสที่จะขยายเป็นคดีอุกฉกรรจ์มากๆ ตั้งแต่ฟอกเงิน ไปจนถึงอาชญากรรมข้ามชาติ เราก็รู้สึกถึงความหนักหนาสาหัสที่เกิดขึ้น เข้าใจว่านายภาวุธ อาจจะอยากที่จะเตรียมเอกสารเพื่อไปคุยกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ก็เลยยังไม่ปรากฏตัวในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม ก็อยากเรียกร้องให้นายภาวุธ ได้ออกมาพูดคุย และชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสาธารณะบ้าง เท่าที่ทำได้ ไม่กระทบต่อรูปคดี ซึ่งเห็นว่ามีรายละเอียดออกมาอีกเรื่อยๆ ซึ่งทางพรรคไม่ได้นิ่งนอนใจ จะมีการตั้งคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริงเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่าถือว่าน่ากังวลหรือไม่ เพราะดีเอสไอเตรียมยกระดับเป็นคดีแชร์ลูกโซ่ และดึงมาเป็นคดีพิเศษ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า พรรค ปชน. คงไม่ได้เตรียมอะไร แต่ทางคนที่เป็นผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียว ที่มีการเปิดเผยชื่ออย่างนายภาวุธ ก็คงจะมีข้อกังวล ว่าเหตุการณ์จะยกระดับไปถึงขั้นนั้นได้ ก็คงต้องมีการเตรียมตัว ซึ่งเราก็มีการให้นายภาวุธ ได้เตรียมตัวอย่างเต็มที่

เมื่อถามว่าล่าสุดมีการปล่อยคลิปวิดีโอนายภาวุธ ในลักษณะเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมเทรด Forex มองเป็นเกมการเมืองใส่ร้ายหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า คิดว่าคงเป็นส่วนหนึ่ง และเราก็คงจะเห็นข้อมูลที่มีการขุดขึ้นมาเรื่อยๆ ต่อจากนี้ไป จริงๆ ก็อยากให้พิจารณา อย่าให้เข้าเกณฑ์ของการเบี่ยงเบนประเด็น ประเด็นปัญหาของนายภาวุธก็ร้ายแรง แต่เป็นความผิดระหว่างเอกชนกับเอกชนที่ต้องหาความจริง แต่ยังมีอีกหลายเรื่องที่เป็นเงินของแผ่นดิน ที่ต้องจับตามองในโครงการต่างๆ ที่อาจส่อทุจริตและไม่คุ้มค่า หรือการใช้งบประมาณปี 2570 อย่าให้เรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง มาเบี่ยงเบนประเด็นออกจากเรื่องที่ควรจะสนใจ

เมื่อถามว่ามีคนมองว่าเป็นการปิดปากหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เราก็มีการตั้งข้อสงสัยในเรื่องนี้ถึงช่วงเวลาที่เกิดขึ้นและความพร้อมของการแถลง ซึ่งมาในช่วงจังหวะพอดี กับช่วงจังหวะที่มีการประชุมพิจารณาเรื่อง TH-AI Passport ซึ่งข้อมูลหรือข้อเท็จจริง จะเป็นอย่างไร ก็ต้องรอกระบวนการยุติธรรมสืบเสาะข้อเท็จจริงกันต่อไป แต่มองที่ช่วงจังหวะเวลามากกว่า ที่พอจะเปิด ก็เปิดแต่ชื่อผู้ต้องสงสัย แต่ไม่มีการเปิดเผยชื่อผู้ต้องหา ระยะเวลาการให้ข่าว ก็ให้ข่าวก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) 2 คณะ ที่ติดตามโครงการ TH-AI Passport ในวันพฤหัสบดี และแถลงข่าวในวันศุกร์ โดยที่ยังบอกไม่ได้ว่าจะตั้งข้อกล่าวหาอะไร ก็เป็นเรื่องที่เราตั้งข้อสงสัยไว้เหมือนกันว่า จะเป็นเกมการเมืองหรือไม่ แต่เราไม่ได้คิดว่าไม่ ควรมีการตรวจสอบเรื่องนี้ แต่ดีเอสไอควรเดินหน้าเรื่องนี้ให้มีความกระจ่างชัด ไหนๆ สืบมาได้ถึง 6 เดือนแล้ว ก็ควรมีการเปิดเผยข้อเท็จจริงและข้อกล่าวหา ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับรู้รับทราบ ตอนนี้หลายคนก็มีข้อกังวลใจในกลุ่มคนที่ถูกดีเอสไอเพ่งโทษ.