นายภูกิจ ดิศธรานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) ผู้บริการเทคโนโลยีสื่อสารการตลาด หรือ มาร์เทค เปิดเผยว่า บริษัท ได้วางกลยุทธ์การขับเคลื่อนองค์กรก้าวขึ้นไปสู่ เทค คอมพานี และ ดาต้าเทค ระดับภูมิภาค ภายในระยะ 5 ปี โดยจะเร่งพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี ซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะการพัฒนาแพลตฟอร์ม เอไอ หรือปัญญาประดิษฐ์ สำหรับการใช้งานด้วยตนเอง (AI as a Service) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อขยายตลาดและขยายฐานลูกค้า การสร้างและพัฒนาบุคลากรด้านนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ โดยเฉพาะในกลุ่มบริษัทที่ต้องการนำเอไอไปใช้ในธุรกิจ หลังจากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้พัฒนานวัตกรรมเกี่ยวกับ ดาต้าเทค ที่จดลิขสิทธิ์แล้ว 14 ลิขสิทธิ์ และอยู่ระหว่างการพัฒนานวัตกรรมต่อเนื่อง รองรับความต้องการลูกค้าทั้งในระดับ องค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ภาครัฐ และ รัฐวิสาหกิจ ซึ่งปัจจุบันมีคู่ค้าใช้บริการมากกว่า 100 บริษัทครอบคลุม 30 กลุ่มธุรกิจ อาทิ พลังงาน โรงพยาบาล หน่วยงานภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ อสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน และ ภาคอุตสาหกรรมการผลิต
“ ตลาดเอไอในไทยคาดว่าจะขยายตัวมีมูลค่าสูงถึง 1.14 แสนล้านบาท ในปี 73 ขณะที่ ตลาดซอฟ์ทแวร์ วิเคราะห์ข้อมูล มีมูลค่า 9.2 หมื่นล้านบาท บริษัทจึงมองว่าไทยกำลังเข้าสู่ยุค ดาต้า หรือ ข้อมูล คือ ทองคำ ที่มีความสำคัญมากต่อการขับเคลื่อนธุรกิจและองค์กร บริษัทจึงได้ยกระดับการจาก มาร์เทค สู่เทค คอมพานี เต็มรูปแบบที่มีบริการเรื่องเอไอครบ โดยการจัดเก็บ รวมรวม ข้อมูลจากโซเซียล มอนิเตอร์ มากกกว่า 1 ล้านข้อความต่อวัน มาสร้างมูลค่าข้อมูลโดยการวิเคราะห์ฐานข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ บิ๊กดาต้า โดยมีความพร้อมในเรื่องบุลคลากร ที่เข้าใจและมีทีมพัฒนาเอไอของบริษัทเอง จนเป็น เรียล วิชั่น ที่สามารถทำงานกับ เอไอที่พัฒนากับบริษัทเทคระดับโลก และชื่อดัง ต่างๆ เช่น แชท จีทีพี กูเกิล เจมิไนน์ เป็นต้น และ ข้อมูลองค์กรจะถูกใช้อยู่ภายในระบบไม่รั่วไหลสู่ภายนอก”

นายภูกิจ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้บริษัทเตรียมเข้าจดทะเบียนใน ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LivEx) ในวันที่ 25 ก.ย. ปีนี้ เพื่อจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการดำเนินธุรกิจการขยายและการพัฒนาด้านเทคโนโลยีได้เต็มที่ โดยเงินทุนที่ได้จากการระดมทุน จะนำมาใช้ในการพัฒนานวัตกรรม และบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญด้าน ดาต้าเทค เพื่อให้บริษัทเติบโตอย่างการก้าวกระโดด และสามารถขยายธุรกิจไปยังตลาดในประเทศอาเซียน ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าด้วย
ด้าน ดร. รุ่งโรจน์ โชคงามวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับ Data Tech อย่างต่อเนื่อง เพราะมองว่า “ดาต้า ไม่มีวันตาย” โดย ทุกๆ ไตรมาส เราจะมีเป้าหมายในการพัฒนาฟังก์ชั่น การทำงานใหม่ๆ ออกมา โดยนำ Pain Point ของลูกค้ามาปรับปรุงระบบและแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่อง เราคิดแทนลูกค้าว่า อะไรคือสิ่งที่เขาต้องการ นำมาพัฒนาและ ปรับปรุงระบบเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการ ทำให้ปัจจุบันเราเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมด้าน Data Tech และ AI ถึง 14 นวัตกรรม และยังอยู่ในการพัฒนาอีกหลายนวัตกรรม
นอกจากนี้การมีทีมพัฒนาเทคโนโลยี ที่เข้าใจถึงความต้องการของลูกค้า และ นำมาพัฒนาปรับปรุงฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างต่อเนื่อง คือ จุดแข็งของ เรียล สมาร์ท ปัจจุบันจะมีข้อมูลมหาศาลไหลเข้าสู่ระบบของบริษัท 5-10 ล้านข้อความต่อวัน โดยบริษัทคัดเลือกข้อมูลจากระบบเข้ามาพัฒนาได้มากกว่าวันละ 1 ล้านข้อความ ทำให้สามารถบริหารจัดการและให้คำแนะนำกับลูกค้า ในการบริหารจัดการวิกฤตขององค์กร จากการโจมตีผ่านทาง Social Media โดยการใช้เทคโนโลยี ดิจิทัล AI และ แพลตฟอร์ม ของเรา ทำให้ผมมั่นใจว่า เราจะก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำด้าน Data Tech ของไทย ได้ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปีนับจากนี้ และ จะก้าวสู่ระดับภูมิภาคภายในระยะเวลา 5 ปี



