เมื่อวันที่ 16 ก.ย. ที่ศาลาการเปรียญ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม (วัดโพธิ์) กรมการศาสนา (ศน.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดกิจกรรม “Open House เปิดบ้าน ศพอ.” โดยมีสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดี ศน. เป็นประธานฝ่ายฆราวาส พร้อมด้วย ผู้แทนศูนย์ศึกษาพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ศพอ.) ในพื้นที่กรุงเทพมหานครเข้าร่วม

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กล่าวสัมโมทนียกถา ว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อเปิดโอกาสให้ ศพอ. ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ได้มีเวทีในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ กับหน่วยงาน องค์กร และประชาชนในพื้นที่ อีกทั้งยังมุ่งเน้นให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ตระหนักถึงบทบาท และคุณค่าของ ศพอ. อันจะนำไปสู่การปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความภาคภูมิใจ และการมีส่วนร่วมในการสืบสาน และหวงแหนพระพุทธศาสนาในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน เพราะการจัดการเรียนการสอน ศพอ. นั้น เปรียบประดุจกุญแจดอกสำคัญ อันจะช่วยไขประตูสู่โอกาสแห่งความรุ่งเรืองในชีวิต หรืออาจนำวิชา ความรู้ต่างๆ ไปใช้ในการดำเนินชีวิตที่พึงประสงค์ ให้บรรลุสัมฤทธิผลได้ด้วยอานุภาพแห่งสติปัญญา การส่งเสริมสนับสนุน ศพอ. นั้น เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและควรแก่การยกย่องอย่างยิ่ง เพราะการเผยแผ่หลักธรรมในพระบวรพุทธศาสนาและการส่งเสริมให้เด็กเยาวชน ผู้ปกครอง และพุทธศาสนิกชนได้ศึกษาและปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนอย่างถูกต้อง ย่อมอำนวยความผาสุกมั่นคง ไม่เพียงแก่บุคคลแต่ละคน เป็นการเฉพาะตัวเท่านั้น หากยังแผ่ไพศาลไปสู่ชุมชน สังคม ประเทศชาติ และประชาชนทุกกลุ่มวัยอีกด้วย

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ กล่าวต่อไปว่า การที่จะทำงานเพื่อความมั่นคงและสันติสุขแก่วัด ชุมชน สังคม ประเทศชาตินั้น มิใช่ว่าจะก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตนเท่านั้น จะต้องมีความร่วมมือประสานสัมพันธ์กันระหว่างหน่วยงานทุกหน่วยงาน เพื่อให้งานก้าวหน้าไปพร้อมเพรียงกัน เพราะการที่เราจะช่วยกัน ทำให้อุบาสก อุบาสิกา สาธุชน เด็ก เยาวชน มีศรัทธาในพระรัตนตรัย มีความมั่นคงในพระบวรพุทธศาสนา หรือทำให้คนรอบวัด มีความรักวัด และช่วยกันดูแลวัดในท้องถิ่นนั้นๆ พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ต้องร่วมกันสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง เกี่ยวกับคำสอน ธรรมะ และวัตรปฏิบัติ พร้อมทั้งปรับปรุงแก้ไข สิ่งที่ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดี เพื่อให้วัดเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นที่พึ่งทางปัญญา จักเป็นแนวทางในการเผยแผ่ธรรมะอย่างแท้จริง

นายชัยพล กล่าวว่า ศพอ. เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญ ศน. จัดกิจกรรม “Open House เปิดบ้าน ศพอ.” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ระหว่างวันที่ 16-18 ก.ย. 2568 ณ วัดพระเชตุพนฯ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และการรวบรวมผลงานที่โดดเด่นของ ศพอ. ครบ 76 แห่งทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเผยแพร่ผลงานสู่สังคม นอกจากกิจกรรมการเรียนการสอน รายวิชาแบ่งตามระดับชั้นแล้ว ยังมีรายวิชาพระพุทธศาสนา มารยาทไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส รวมถึงวิชาเลือกพิเศษ เช่น สวดมนต์ ร้องเพลง และมัคคุเทศก์น้อย ตลอดจนการงานและพื้นฐานอาชีพ นอกจากนี้ ศน. เสริมกิจกรรม “ธรรมะวัยใส” เน้นใช้ศิลปะสร้างสติ สมาธิ ความอุตสาหะ และความสามัคคี สู่ ศพอ. ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ปัจจุบันมี ศพอ. 2,700 แห่ง จำนวนผู้เรียนกว่า 750,000 คน สำหรับกิจกรรม Open House การเปิดบ้าน ศพอ. ครั้งนี้ ผู้สนใจเข้าชมฟรี โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน เข้ามาเรียนรู้พระพุทธศาสนา ภายในงานระดมพระวิทยากรจาก ศพอ. ในแต่ละภูมิภาคนำเสนอแนวทางการพัฒนาและปัญหาอุปสรรคการดำเนินงาน ตลอดจนแนวทางต่อยอดให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในระดับประเทศ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างผู้แทนเครือข่ายกว่า 200 รูป/คน

พระครูวิริยธำรงค์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ ผอ.ศพอ.วัดพระเชตุพน กล่าวว่า ศพอ.วัดพระเชตุพนฯ ดำเนินงานมาครบ 45 ปี ปัจจุบันมีผู้เรียน 250 คน ตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัยจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทั้งเปิดการเรียนการสอนให้กับผู้ปกครองด้วย ผลการดำเนินงาน ศพอ.วัดพระเชตุพนฯ เน้นส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อนำความรู้ไปต่อยอดสู่วิชาชีพ นอกเหนือจากได้ธรรมะนำไปปรับใช้ในชีวิต ช่วงเช้าเรียนรู้วิชานาฏศิลป์ขั้นต้น ขั้นสูง ดนตรีไทย ศิลปะ ร้อยมาลัย ในช่วงบ่ายเรียนรู้เกี่ยวกับพระพุทธศาสนาและมารยาทไทย ส่วนช่วงเย็นเป็นกิจกรรมสวดมนต์ทำนองสรภัญญะและวิชามัคคุเทศก์ ทั้งยังเข้าร่วมกิจกรรมและเปิดพื้นที่ให้ ศพอ. อื่นๆ เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การดำเนินงาน ศพอ. ให้ยั่งยืนต้องใช้หัวใจในการบริหารจำนวนนักเรียน น้อยหรือมากก็ต้องเปิดการเรียนการสอนตลอดเวลา การสนับสนุนงบประมาณจากภาครัฐและวัดก็เป็นปัจจัยสำคัญทำให้การดำเนินงานมีความต่อเนื่องและประสบผลสำเร็จในการพัฒนาเยาวชน



