จากกรณีดราม่าร้อนแรงในวงการบันเทิง เมื่อนักแสดงสาวมากความสามารถ “เป้ย-ปานวาด เหมมณี” ได้ประกาศถอนตัวจากซีรีส์เรื่อง “ตถตา” อย่างกะทันหัน พร้อมเปิดใจทั้งน้ำตาถึงสาเหตุที่ต้องออกมาจากโปรเจกต์ดังกล่าวว่า บทมีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มฉากเลิฟซีนขึ้นมาโดยที่เธอไม่โอเค อีกทั้งยังถูก “คนบางคน” พูดจาด้อยค่าจนทำให้เธอต้องฟาดกลับอย่างเดือดดาลว่า “ทำงานมา 20 ปี ไม่เคยเจอแบบนี้…ถ้าได้ยินแล้วช่วยหุบปากด้วย!” ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวสร้างความตกใจให้กับแฟน ๆ และเพื่อนร่วมวงการเป็นอย่างมาก

ล่าสุดด้านผู้จัดและนักปั้นคนดัง “เอ-ศุภชัย ศรีวิจิตร” ได้มาร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัว Amazing Boy Thailand รายการเรียลลิตี้เฟ้นหาศิลปินชายคู่ครั้งแรกในเมืองไทย ก็ได้เปิดใจถึงประเด็นดังกล่าวที่เกิดขึ้นกับสาวเป้ย โดย เอ เผยว่า
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเป้ยเมื่อวาน ตอนนั้นเรากำลังต่อคิวสัมภาษณ์อยู่เป็นคนสุดท้าย คนก่อนหน้าคือน้องเป้ย โดยที่เราไม่รู้อะไรเลย ทีนี้เห็นว่าน้องเป้ยน้ำตาไหลวิ่งออกมาจากวงสัมภาษณ์ ในฐานะที่เราเป็นผู้ใหญ่ในวงการก็เลยรีบเข้าไปหาไปปลอบใจโดยที่ไม่ได้ถามเรื่องราวอะไรเลย เอาแค่กระดาษทิชชูซับน้ำตาให้ แต่ยอมรับว่าตกใจเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จนมีน้องนักข่าวมากระซิบให้ฟัง เราก็รู้แค่นั้น ซึ่งเราไม่เคยทราบปัญหาของน้องเป้ยมาก่อนเลย เราก็ต้องสัมภาษณ์ต่อ ก็เลยให้ทางทีมงานมาดูแลน้องเป้ย

สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นกับน้องเป้ย เราขอเป็นกำลังใจให้ ในฐานะที่เราเป็นผู้จัดละครก่อนทำงานก็จะคุยกับนักแสดงทุกอย่าง แต่เราไม่รู้ว่าฝั่งของทางบ้านที่น้องเป้ยเจอมาเจออะไรบ้าง เราจะขอพูดในฝั่งของเราเอง เวลาทำงานแล้วมีบทอะไรที่นักแสดงต้องเล่นก็จะให้ผู้กำกับไปนั่งคุยกับนักแสดงก่อนให้เคลียร์ว่าเขาเล่นได้แค่ไหน ถ้าเล่นไม่ได้เราก็ต้องอธิบายเหตุผลซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าเราไม่สามารถประนีประนอมให้ลงตัวได้ เราก็ต้องมีวิธีแยกแยะในทางที่ดีขึ้น เพื่อไม่ให้ทุกคนลำบากใจ แต่เราก็บอกกับทางกองว่าทำอะไรก็แล้วแต่ให้ยึดความสบายใจของนักแสดงเป็นหลัก ย้ำว่าอันนี้เราพูดในมุมตัวเอง100% ไม่ได้เกี่ยวกับคนอื่นเพราะไม่กล้าวิจารณ์ใคร
แล้วตอนที่เห็นน้ำตาของเป้ยแล้วรู้สึกตกใจแหละว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เราก็ไม่อยากไปยุ่งเรื่องส่วนตัว คือทุกอย่างก็ต้องไปเคลียร์กันหลังบ้าน สุดท้ายแล้วอยากให้มันจบที่การประนีประนอมจะดีที่สุด อีกอย่างในฐานะที่รู้จักน้องเป้ยมานาน เขาเป็นคนน่ารักมาก ตรงไปตรงมา ชัดเจนทุกอย่าง แล้วก็ค้าขายด้วยกันด้วย เรารู้จักเขาในมุมของความเป็นน้อง แต่ในมุมทำงานก็ไม่เคยเป็นผู้จัดและร่วมงานกับเขา น้องเป้ยเป็นคนน่ารีกตรงไปตรงมา เราเชื่อว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นหรอก แต่สุดท้ายตอนจบทุกคนก็ต้องมานั่งคุยกัน อันนี้เราไม่กล้าวิจารณ์คนอื่นนะ แค่อยากบอกว่าทุกอย่างมันจะมีจุดที่เราเจอกันพอดี ขอให้เจอจุดนั้นนะคะ”

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก a_supachai1 , ppanward



