เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 17 ก.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถนนเลียบทางรถไฟ ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำ อท 182/2567 ระหว่างพนักงานอัยการเป็นโจทก์ ฟ้อง นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก อดีตนักการเมือง, นายศรีสุวรรณ จรรยา นักร้องเรียนชื่อดัง กับพวกรวม 5 คน เป็นจำเลยที่ 1-5 

จากกรณี เมื่อวันที่ 12 ม.ค.67 หลังอธิบดีกรมการข้าว เข้าแจ้งความต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาเรียกรับเงินจำนวน 1.5 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ร้องเรียนเรื่องทุจริตที่เกี่ยวข้องกับกรมการข้าว

ก่อนขึ้นฟังคำพิพากษา นายศรีสุวรรณ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า คดีนี้เป็นคดีการเมืองที่ผู้มีอำนาจต้องการเตะตัดขา เพราะไม่ต้องการให้ทำหน้าที่ตรวจสอบนักการเมืองและข้าราชการระดับสูง เพราะสิ่งที่ทำมานับ 10 ปี เป็นที่หวาดผวาของนักการเมืองและข้าราชการจำนวนมาก เรื่องร้องเรียนนำไปสู่การยุบพรรคการเมืองหลายพรรค จบอนาคตการเมืองของนักการเมืองดังหลายคน จึงเป็นที่มาของการหาเหตุให้ต้องคดี โดยใช้เทคนิควิธีการ ซึ่งในภาษากฎหมายเรียกว่าล่อให้กระทำความผิด ทั้งการเอาถุงเงินไปแขวนหน้าบ้าน หากพฤติกรรมแบบนี้ถือเป็นความผิด อนาคตอาจนำไปใช้กันทั่วประเทศและก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหายต่อประชาชน 

นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาได้ปฏิเสธความผิดมาตลอด เพราะต้องการพิสูจน์ให้ความปรากฏชัดเจน เพราะที่ผ่านมาได้รับความเสียหายอย่างมาก ประเด็นสำคัญคือไม่สามารถใช้สิทธิในฐานะประชาชนมาตรวจสอบนักการเมืองและข้าราชการระดับสูงได้มากนัก ทำให้นักการเมืองดีอกดีใจ กระพือปีก กระดี๊กระด๊า ทำอะไรโดยอำเภอใจ แล้วย่ามใจ 

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า วันนี้ไม่กังวลใจอะไร แต่กลับมีความมั่นใจในการไต่สวนสืบ และเชื่อมั่นในคำพิพากษาว่าศาลจะให้เจ้าตัวกลับไปทำหน้าที่อย่างเข้มแข็งเหมือนเดิม โดยการต่อสู้ไม่ได้มีพยานหรือหลักฐานอื่น นอกจากหลักฐานตามคำฟ้องที่ตำรวจและอัยการเสนอมาที่ศาลจำนวน 4,773 หน้ามาโต้ เพราะคำฟ้องทั้งหมด ทีมทนายความสามารถจับได้ว่ามีข้อพิรุธ พยานหลักฐานอ่อน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้ในรูปคดี 

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า อย่างน้อย ๆ ขอให้คดีนี้เป็นบรรทัดฐานที่ไม่ให้ผู้มีอำนาจมากลั่นแกล้งอีกต่อไป ส่วนจะมีการฟ้องกลับหรือไม่ ขอฟังคำพิพากษาและปรึกษาทีมทนายก่อน 

ส่วนนายยศวริศ เดินทางมาถึงก่อนเวลานัดหมาย และยังไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน เดินทางมาถึงได้เดินขึ้นที่ห้องพิจารณาคดีทันที

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยทั้งหมดกระทำความผิดจริง ฐานเป็นพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และสนับสนุนเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบ มีพยานหลักฐานที่ทำให้เชื่อได้ว่ามีการกระทำความผิด ทำคลิปเสียง, คลิปภาพ, ข้อความแชตในแอปพลิเคชัน LINE และหมายเลขธนบัตรที่นำไปมอบให้นายศรีสุวรรณที่บ้านนั้นเป็นหมายเลขเดียวกันกับที่ภรรยาของนายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เบิกจากธนาคารมาเพื่อเป็นหลักฐานในการส่งมอบเงินในวันเกิดเหตุ 

ศาลจึงพิพากษาจำคุก เจ๋ง ดอกจิก เป็นเวลา 6 ปี ส่วนนายศรีสุวรรณและพวก รวม 4 คน พิพากษาให้จำคุก 4 ปี

หลังศาลพิพากษาทางจำเลยได้ยื่นขอประกันตัวต่อศาล และคาดว่าน่าจะมีการยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อไป